MIME-Version: 1.0 Content-Type: multipart/related; boundary="----=_NextPart_01CAD562.C5BFE7C0" This document is a Single File Web Page, also known as a Web Archive file. If you are seeing this message, your browser or editor doesn't support Web Archive files. Please download a browser that supports Web Archive, such as Windows® Internet Explorer®. ------=_NextPart_01CAD562.C5BFE7C0 Content-Location: file:///C:/65346902/ManagementConsultantforweb.htm Content-Transfer-Encoding: quoted-printable Content-Type: text/html; charset="us-ascii"

Management Consultant & Solutions Company

ช่ว&#= 3591;ระยะก่อนกา= รบริหารโครŧ= 1;การ

กา= ;รวิเคราะห์#= 85;รอบแนวคิดโ&#= 3588;รงการเบื้อ= งต้นและการŪ= 4;ึกษาความเป= 657;นไปได้ของโ&= #3588;รงการ

ชื่&#= 3629;โครงการ : Management Consultant & Solutions Project (e-Management Consultant)

ประ&#= 3648;ภทของโครงก= าร : โครงกū= 4;รเป็นโครงก= 634;รประเภทของ<= b>การบริการใ= 627;้คำปรึกษา แนะนำ การแก้ไขปัŧ= 7;หา ค้นหา ค้นคว้าและŦ= 5;ารพัฒนาองค= 660;กรทางด้านก&= #3634;รจัดการ 

ควา&#= 3617;เป็นมาและก= ารเสาะหาโคũ= 9;งการ : เนื่อŧ= 1;จากผู้ดำเน= 636;นงานจัดทำโ&= #3588;รงการได้รั= ;บการศึกษาร$= 32;ดับปริญญาโ&#= 3607; M.B.A. โครง&= #3585;ารความร่วม= ;มือระหว่าง$= 17;.รามคำแหงกั&= #3610;บริษัท ทศท คอร์ปอเรชัŭ= 6;น จำกัด(มหาชน) รุ่นที่ 1 (RU-TOT MBA) วิชาเอกด้&#= 3634;นการจัดการ=   ทำให้เกิดũ= 7;ุมมองที่ใช= 657;ความรู้ที่&= #3648;รียนมาให้เ= ;กิดประโยชน$= 60;ที่กับองค์&#= 3585;ารทางธุรกิ= จทั่วไปโดยŬ= 8;ฉพาะระดับ SME  &#= 3595;ึ่งโดยทั่ว= ไปมีความต้Ū= 9;งการที่จะพ= 633;ฒนาขีดความ&= #3626;ามารถเพื่อ= ;การแข่งขัน$= 07;างธุรกิจ   เนื่องจากŭ= 1;นปัจจุบันท= 637;่มีโลกของธ&= #3640;รกิจมีการเ= ;ปิดกว้าง มีความซับซŭ= 7;อนและการแข= 656;งในทางธุรก&= #3636;จสูง  อีกทั้งจะŬ= 8;กิดประโยชน= 660;ต่อผู้ดำเน&= #3636;นการโครงกา= ;รในด้านการ$= 05;ิดตามความร&#= 3641;้วิทยาการใ= หม่ๆ เพิ่มเติมตŭ= 6;อเนื่องอยู= 656;เสมอ  ผู้จัดทำมū= 7;ทัศนะคติเก= 637;่ยวกับความ&= #3619;ู้ที่ว่าจะ= ;ต้องมีการเ$= 19;ียนรู้เพิ่&#= 3617;เติมอย่างต= ่อเนื่องสมŭ= 6;ำเสมอตลอดอ= 633;นจะเป็นเสม&= #3639;อนทรัพยากร= ;ที่สำคัญที$= 56;สุดของการป&#= 3619;ะกอบธุรกิจ= ในโลกปัจุบū= 3;นและในอนาค= 605;  ผุ้ดำเนินŦ= 5;ารมีการปรึ= 585;ษาแลกเปลี่&= #3618;นทางความคิ= ;ดและเห็นตร#= 91;กันว่าควรจ&#= 3633;ดทำโครงการ "Management Consultant & Solutions Project" นี้ขึ้นและ= ;บริหารโครง#= 85;ารให้ปรากฏ&#= 3648;ป็นจริงในท= างธุรกิจ

 

ระ= ;บบการบริกา$= 19;ได้แบ่งออก&#= 3648;ป็น 2 ระบบคือ

1. ระบบ e-Management Consultant เป็&#= 3609;ระบบการให้= คำปรึกษา แนะนำ การแก้ไขปัŧ= 7;หา ค้นหา ค้นคว้าและŦ= 5;ารพัฒนาองค= 660;กรทางด้านก&= #3634;รจัดการ   โดยผ่านเคũ= 9;ื่องมือสื่= 629;สารทาง Web ด้วยการ= ;จัดจัดทำเป$= 55;น Web Application ให้มี&= #3588;วามทันสมัย= ;สอดคล้องกั$= 10;ความก้าวหน&#= 3657;าทางเทคโนโ= ลยี   เพื่อความŪ= 6;ะดวกสบายขอ= 591;ลูกค้าผู้ช&= #3657;บริการ  โดยเครื่อŧ= 1;มือนี้กลุ่= 617;ลูกค้าเป้า&= #3627;มาย Level General Customers ( Profit) ก$= 34;รเก็บรวมรว&#= 3617;ข้อมูล การประมวลผŪ= 1;(หลักเป็นกา&#= 3619;ตอบเชิงวิช= าการ) การแสดง= ;ผล(Out Put) ผ่าน Web Site ภายใต้การŨ= 7;ำงานของระบ= 610;ฐานข้อมูล  Target : Mass Market  คุ= ณสมบัติอีก&#= 3611;ระการหนึ่ง= ของ Web Application คือร&= #3632;บบ Search ค้นหาค= 623;ามรู้ทางวิ&= #3594;าการ เช่นต้องกาũ= 9;ค้นหา ระบบ Just In Time ก= 634;รแสดงผล(Out Put)สามารถแส= ;ดงผลรายระเ$= 29;ียดของข้อม&#= 3641;ลพร้อมภาพใ= นทันที

2. ระบ= บ Manual เป$= 55;นระบบที่ใช&#= 3657;อยู่ทั่วไป= ลูกค้าติดตŭ= 6;อเข้ามาที่= 610;ริษัท   เจ้าหน้าขŪ= 9;งบริษัทไปจ= 633;ดเก็บข้อมู&= #3621; คำถาม ความต้องกาũ= 9; คำตอบ บริษั$= 07;นำข้อมูลมา&#= 3623;ิเคระห์ ประมวลผล เพื่อหาคำตŪ= 9;บ คำแนะนำ แผนระยะสั้Ũ= 9; แผนระยะยาวŨ= 5;ามความเป็น= 592;ริง    Level Exclusive Customers (Profit) การเกŭ= 5;บรวบรวมข้อ= 617;ูลที่ Site กระบวนŦ= 5;ารจัดการข้= 629;มูล วิเคราะห์ ประมวลผล โดยคนและโปũ= 9;แกรม การแสดงผลงū= 4;น การจัดทำราũ= 8;งานในรูปแบ= 610;หนังสือ และการ Present &= #3591;านด้วย Power Point Target : Niche Market

ทั้งน= ี้การทำงานŦ= 6;องทั้ง 2 ระบบจะต้องŨ= 5;อบสนองผู้ใ= 594;้บริการ เพื่อให้เกū= 6;ดการเปลี่ย= 609;แปลงภายในอ&= #3591;ค์การในทิศ= ;ทางที่เป็น$= 11;ระโยชน์ไม่&#= 3623;่าจะเป็นด้= านใดก็ตาม เช่น อัตรากำไร การเพิ่มยอŨ= 4;ขาย การพัฒนาระũ= 0;บงานการพัฒ= 609;าแผนกลยุทธ&= #3660; การพัฒนาบุŦ= 8;ลากร

 

ระย&#= 3632;เวลาของการ= ดำเนินโครงŦ= 5;าร : 2 ปี เริ่มต้นดำŬ= 8;นินโครงการ= 623;ันที่1 มกราคม 2553 สิ้นสุดโครŧ= 1;การวันที่ 31 ธันวาคม 2554=

วัต&#= 3606;ุประสงค์โค= รงการ :

1. การใช้ความũ= 9;ู้ให้คำปรึ= 585;ษาเกี่ยวกั&= #3610;การจัดการเ= ;พื่อการพัฒ$= 09;าธุรกิจของ&#= 3611;ระเทศ

2. การใช้ความũ= 9;ู้ทางด้านก= 634;รจัดการมาป&= #3619;ะกอบการดำเ= ;นินการทางธ$= 40;รกิจ

3. เพื่อการเพū= 6;่มพูนความร= 641;้ทางด้านวิ&= #3594;าการ ทักษะ ความสามารถ ของผู้ดำเนū= 6;นการ

4. พัฒน$= 34; ยกระดับอาชū= 7;พ Consultant เป็$= 09;การให้คำปร&#= 3638;กษาโดยการใ= ช้เทคโนโลยū= 7;สารสนเทศ

งบป&#= 3619;ะมาณ : ประมาŨ= 3;การ 500,000<= /span>.-บาท ถึง 1,000,000.-บาท (ระบบ&#= 3649;ละข้อมูลจั= ดทำเอง)

ที่&#= 3617;าของงบประม= าณ :

1. การลงทุนขอŧ= 1;ผู้ถือหุ้น= 651;นการจัดตั้&= #3591;บริษัท

2. การขออนุมัŨ= 5;ิการสนับสน= 640;นโครงกาจาก&= #3627;น่วยงานของ= ;รัฐ

Core Competency ของอาชีพท&#= 3637;่ปรึกษา :

งาน&#= 3604;้านการผลิต การใชŭ= 7;ทักษะทางคว= 634;มคิด : การเรียนรูŭ= 7;อย่างต่อเน= 639;่อง (Knowledge Continuous) กร= ะบวนการคิดŪ= 3;ิเคราะห์ปั= 597;หา ความคิดสร้ū= 4;งสรรในการห= 634;ทางออก ทางแก้ไขปัŧ= 7;หา

งาน&#= 3604;้านสารสนเท= ศ การใช้ทักษū= 2;ทางการสื่อ= 626;าร : กระบวนการเ= 585;็บรวบรวมข้&= #3629;มูล ปัญหาต่างๆŦ= 6;ององค์การ การสื่อสารŬ= 9;นวทางที่นำ= 648;สนอข้อแนะน&= #3635;และการแก้ไ= ;ขปัญหาของอ#= 91;ค์การ

ปัญ&#= 3627;าและอุปสรร= คในการดำเนū= 6;นการ :

1. ผู้ดำเนินกū= 4;รมีจำนวน 2 ท่าน ทำให้เกิดขŭ= 7;อจำกัดด้าน= 588;วามคิดเห็น การสร้างงาŨ= 9;(ข้อมูล)ที่ต&= #3657;องการทักษะ ความชำนาญ ประสบการณ์Ŧ= 6;องบางสาขาว= 636;ชา เช่น วิชาการผลิŨ= 5; วิชาการตลาŨ= 4; วิชาบัญชีแŪ= 1;ะการเงิน

2. ปัญหาเวลาใŨ= 9;การดำเนินง= 634;นของผู้จัด&= #3607;ำโครงงาน เนื่องจากตŭ= 7;องประกอบอา= 594;ีพหลัก เวลาที่ใช้Ū= 6;ำหรับงานโค= 619;งการมีข้อจ&= #3635;กัด

3. ปัญหาสถานะũ= 1;ัจจุบันเป็= 609;เพียงกลุ่ม&= #3588;นจำนวนน้อย ขาดลักษณะกū= 4;รจัดตั้งที= 656;เป็นองค์กร<= o:p>

4. ปัญหาทางกาũ= 9;เงินขาดแผน= 585;ารที่จะต้อ&= #3591;มีงบประมาณ= ;ที่ใช้ในกา$= 19;บริหาร ดำเนินการโŦ= 8;รงการ

5. การดำเนินงū= 4;นภายใต้ข้อ= 592;ำกัดของ เวลา การเงิ$= 09; จำนวนสมาชิŦ= 5; ทำให้ด้อยดŭ= 7;านคุณภาพแล= 632;ปริมาณ

 

ผลก&#= 3634;รดำเนินงาน= ตั้งแต่ต้นŧ= 2;นถึงปัจจุบ= 633;น :

ภายใต= ้ข้อจำกัดใŨ= 9;เรื่องของจ= 635;นวนสมาชิก เวลา การเงิ$= 09; ส่งผลที่เปŭ= 5;นปัญหาอุปร= 619;คของการดำเ&= #3609;ินงานมีผลต= ;่อการดำเนิ$= 09;โครงการให้&#= 3617;ีความล่าช้= า ขาดแนวความŦ= 8;ิด ขาดความหลาŦ= 5;หลายของทัก= 625;ะ ความสามารถ  เป็นปัญหาŨ= 7;ี่ต้องหาทา= 591;แก้ไขในการ&= #3604;เนิงานในขั= ;้นถัดไป

การดำ= เนินงานที่ũ= 2;่านมาของสม= 634;ชิกจำนวนน้&= #3629;ยทำให้การท= ;ำงานคล่องต$= 33;ว ความขัดแย้ŧ= 1;ทางความคิด= 617;ีน้อย สามารถทำงาŨ= 9;โดยใช้ลักษ= 632;เด่นของแต่&= #3621;ะบุคคลประส= ;านการทำงาน$= 48;ป็นทีมได้ด&#= 3637;  ทีมมีความŦ= 8;ืบหน้าของก= 634;รปรับแนวคิ&= #3604; เรียนรู้ซึŭ= 6;งกันและกัน  ภายใต= ;้ข้อจำกัดข$= 29;งเวลาของกา&#= 3619;ประกอบอาชี= พหลักเป็นอŬ= 0;ปสรรคที่ที= 617;ได้แสดงออก&= #3595;ึ่งความตั้= ;งใจมุ่งมั่$= 09; ทุ่มเทก้าวŦ= 6;้ามปัญหา   สร้างงาน ขยายแนวคิดŭ= 1;ห้เห็นอย่า= 591;ต่อเนื่องต&= #3621;อดเวลาไม่ย= ;่อท้อต่อปั#= 97;หาที่เผชิญ&#= 3629;ยู่ และในขณะเดū= 7;ยวกันการเร= 637;ยนรู้ที่เป&= #3655;นสิ่งที่สำ= ;คัญของการเ$= 11;็นที่ปรึกษ&#= 3634;ทางด้านการ= จัดการองค์Ŧ= 5;รก็แสดงออก= 651;ห้เห็นต่อเ&= #3609;ื่องมาโดยต= ;ลอดของทีม   ภายใต้การŨ= 4;ำเนิงานของ= 607;ีมที่แสดงอ&= #3629;กของข้อดีใ= ;นด้านวัตถุ$= 11;ระสงค์ ความตั้งใจũ= 7;ุ่งมั่น การเอาชนะปū= 3;ญหาอุปสรรค และการเรียŨ= 9;รู้ การทำงานเปŭ= 5;นทีมส่งผลด= 637;ต่ออนาคตที&= #3626;ามารถประเม= ;ินความสำเร$= 55;จได้ในระดั&#= 3610;หนึ่งที่เป= ็นเรื่องทีŭ= 6;น่าพอใจของ= 588;วามพยายามด&= #3635;เนินการที่= ;ผ่านมา

 

ศึก&#= 3625;าความเป็นไ= ปได้ของโครŧ= 1;การ

ประเด= ็นปัญหา : ผู้ร่วมงานŪ= 7;รือ ทีมบริหาร<= /span>

ประเด= ็นปัญหา : เงินลงทุนหũ= 9;ืองบประมาณ

ประเด= ็นปัญหา : โปรแกรม Expert System (หรือระบ&#= 3610;อื่น)

ประเด= ็นปัญหา : การสนับสนุŨ= 9;งบประมาณจา= 585;ภาครัฐ

ประเด= ็นปัญหา : การจัดตั้งŬ= 8;ป็นองค์การ= 607;างธุรกิจ (บริษัท)

ประเด= ็นปัญหา : การจัดทำข้Ū= 9;มูลเชิงปริ= 617;าณมาก คุณภาพ และสัมพันธŮ= 0;กันของข้อม= 641;ล

ประเม= ินโครงการแŪ= 1;ะตัดสินใจ

ยุทธศ= าสตร์นี้มีŦ= 5;ลุ่มเป้าหม= 634;ยเป็นกิจกา&= #3619;ประเภทต่าง= ;ๆ ประกอบด้วย กิจการในระũ= 8;ะเริ่มต้นธ= 640;รกิจ (Start Up), กิจ#= 85;ารในระยะเต&#= 3636;บโตทางธุรก= ิจ (Growth) และกิจ&= #3585;ารในระยะปร= ;ับตัว (Turn Around) โดยมี= ประเด็นการŪ= 6;่งเสริมกิจ= 585;ารกลุ่มเป้&= #3634;หมายในด้าน= ;การสร้างคว$= 34;มรู้ความสา&#= 3617;ารถในการจั= ดการธุรกิจ การเข้าถึงŬ= 9;หล่งเงินทุ= 609;และข้อมูล การสร้างกิŧ= 2;การให้เป็น Smart Knowledge-Based SMEs ตลอ$= 04;จนการสนับส&#= 3609;ุนการรักษา= ตลาดเดิมแลū= 2;แสวงหาตลาด= 651;หม่ หรือแม้กระŨ= 7;ั่งการออกจ= 634;กตลาด การควบรวมกū= 6;จการหรือเป= 621;ี่ยนธุรกิจ&= #3651;หม่

1. กลุ่มกิจกาũ= 9;ในระยะเริ่= 617;ต้นธุรกิจ (Start Up) <= /p>

2. กลุ= ่มกิจการในũ= 9;ะยะเติบโตท= 634;งธุรกิจ (Growth)

3. กลุ= ่มกิจการในũ= 9;ะยะปรับตัว (Turn Around)

 

(1) ก= 621;ุ่มกิจการใ&= #3609;ระยะเริ่มต= ;้นธุรกิจ (Start Up)

ซึ่งจ= ะมียุทธศาสŨ= 5;ร์ เพื่อ

1. การแนะนำวิŨ= 8;ีการสร้างฐ= 634;นความรู้คว&= #3634;มสามารถในก= ;ารจัดการธุ$= 19;กิจ

2. การแนะนำวิŨ= 8;ีการเข้าถึ= 591;แหล่งเงินท&= #3640;น และแนะนำกาũ= 9;เตรียม ความพร้อมใŨ= 9;การขอรับสิ= 609;เชื่อหรือเ&= #3591;ินสนับสนุน= ;การเริ่มต้$= 09;ธุรกิจ 

3. การแนะนำวิŨ= 8;ีการให้ข้อ= 617;ูลข่าวสาร รวมทั้งวิธū= 7;ที่จะเข้าถ= 638;งข้อมูลผ่า&= #3609;ช่องทางต่า= ;งๆ เช่น Internet, สื่อสิ่งพิ&#= 3617;พ์, การสัมมนา =

4. การแนะนำวิŨ= 8;ีการให้ควา= 617;รู้ในการเร&= #3636;่มต้นทำธุร= ;กิจ

5. การแ$= 09;ะนำวิธีการ&#= 3648;ข้าถึงบริก= ารของภาครัŨ= 0;

6. การแนะนำวิŨ= 8;ีการสร้างค= 623;ามรู้ความส&= #3634;มารถด้านกา= ;รบริหารจัด#= 85;ารธุรกิจนั&#= 3657;น

7. ให้การดำเนū= 6;นการระบบฝึ= 585;อบรม ระบบการบ่มŬ= 8;พาะ (Start-Up Fund หรื&= #3629; Seed Fund) หรือกอ= ;งทุนร่วมลง$= 07;ุนสำหรับ Innovative SMEs (SMEs ที่ม&#= 3637;นวัตกรรม)

8. การแ$= 09;ะนำและดำเน&#= 3636;นการจัดทำ แผนธุรกิจ (Business Plan) และ Business Model

9. การ= สร้างความเŧ= 4;ื่อมั่นด้า= 609;คุณสมบัตขอ&= #3591;ผู้ประกอบก= ;ารให้สามาร$= 06;ก้าวไปสู่ค&#= 3623;ามสำเร็จ

 

(2) กลุ่มกิจกาũ= 9;ใน ระยะเติบโตŨ= 7;างธุรกิจ (Growth)

ซึ่งจ= ะมียุทธศาสŨ= 5;ร์ โดยแบ่งแนวŨ= 7;างในการดำเ= 609;ินธุรกิจได&= #3657;เป็นมาตรกา= ;รระยะสั้นแ$= 21;ะระยะยาว

มาต&#= 3619;การระยะสั้= น

1. การดำเนินธŬ= 0;รกิจในการส= 619;้างความรู้&= #3588;วามสามารถ ทักษะและควū= 4;มโปร่งใส

2. ศึกษาปัญหาŬ= 9;ละความต้อง= 585;ารเพื่อยกร&= #3632;ดับความสาม= ;ารถในการจั$= 04;การธุรกิจ

3. การดำเนินธŬ= 0;รกิจจัดหา มาตรการสนัũ= 0;สนุนทางการ= 648;งินที่หลาก&= #3627;ลาย ทางภาครัฐฯ และภาคเอกชŨ= 9; เพื่อสนับสŨ= 9;ุนการยกระด= 633;บความสามาร&= #3606;ในการเข้าถ= ;ึงสินเชื่อ$= 49;ละแหล่ง ระดมทุนสำหũ= 9;ับ SMEs ค่ะ

4. การแนะนำวิŨ= 8;ีการเข้าถึ= 591;แหล่งความร&= #3641;้และข้อมูล= ;ข่าวสารของ SMEs  อา$= 07;ิ Internet สิ่ง= ;พิมพ์ การประชุมสū= 3;มมนา การวินิจฉัũ= 8;

5. การแนะนำวิŨ= 8;ีการเก็บรั= 585;ษาตลาดเดิม&= #3649;ละการแสวงห= ;าตลาดใหม่ 

มาต&#= 3619;การระยะยาว

1. การแนะนำวิŨ= 8;ีการยกระดั= 610;เทคโนโลยีแ&= #3621;ะความสามาร= ;ถทางนวัตกร$= 19;ม

2. การแนะนำวิŨ= 8;ีการต่างๆเ= 614;ื่อให้เกิด&= #3588;วามรู้ความ= ;สามารถในกา$= 19;ออกแบบด้วย&#= 3605;นอง เพื่อเป็นกū= 4;รขยายโอกาส= 649;ละช่องทางก&= #3634;รตลาดให้มา= ;กขึ้น

3. การแนะนำวิŨ= 8;ีการจัดการ= 604;้านลอจิสติ&= #3585;ส์

4. การแนะนำวิŨ= 8;ีการจัดหาข= 657;อมูลพฤติกร&= #3619;มผู้บริโภค

5. การแนะนำวิŨ= 8;ีการจับคู่= 607;างธุรกิจ

6. การแนะนำวิŨ= 8;ีการสร้างต= 619;าสินค้า (Brand)

7. การ= สนับสนุนใหŭ= 7;มีการยกระด= 633;บความ สามารถบุคลū= 4;กร SMEs ในทักษū= 2;ด้านต่างๆ พัฒนาพนักงū= 4;นของกิจการ SMEs โดยการũ= 3;ึกอบรมในรู= 611;แบบที่หลาก&= #3627;ลาย

8. การแนะนำวิŨ= 8;ีการสนับสน= 640;นการสร้างส&= #3616;าพแวดล้อมแ= ;ละระบบสวัส$= 04;ิการเพื่อจ&#= 3641;งใจและรักษ= าบุคลากรใหŭ= 7;กับกิจการ

 

(3) ก= 621;ุ่มกิจการใ&= #3609;ระยะถดถอยแ= ;ละปรับตัว (Turn Around) <= /span>

ซึ่งม= ีแนวทางในกū= 4;รแนะนำวิธี= 585;ารเพื่อ

1. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รปรับตัว

2. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รควบรวม

3. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รปรับเปลี่= 618;นธุรกิจ

4. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รออกจากตลา= 604;

5. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รด้านการเง= 636;นสำหรับควบ&= #3619;วมกิจการแล= ;ะเปลี่ยนธุ$= 19;กิจใหม่

มาต&#= 3619;การระยะสั้= น

1. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รเตรียมควา= 617;พร้อมให้กั&= #3610;กลุ่ม ธุรกิจที่มū= 7;การถดถอย โดยการเชื่Ū= 9;มโยงกับสถา= 610;ันการเงินเ&= #3614;ื่อขอรับกา= ;รสนับสนุน

2. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รการแก้ไขป= 633;ญหาทางการเ&= #3591;ินและหนี้ NPL

3. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รมีการบ่มเ= 614;าะให้คำปรึ&= #3585;ษาแนะนำบริ= ;การความรู้#= 86;้อมูลข่าวส&#= 3634;รในการ ปรับตัว หรือปรับเปŪ= 1;ี่ยนธุรกิจ มองหาลู่ทาŧ= 1;ทำธุรกิจให= 617;่

4. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รสนับสนุนก= 634;รแก้ไขปัญห&= #3634;ด้านต่างๆ เช่น ปัญหาด้านกū= 4;รเงิน โดยการจัดตū= 3;้งกองทุนฟื= 657;นฟู SMEs การแก้ŭ= 2;ขปัญหา NPL หรือการ= ;แก้ไขปัญหา$= 04;้านการตลาด โดยการทำ Business Matching

มาต&#= 3619;การระยะยาว

1. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รสร้างแรงจ= 641;งใจ โดยให้สถาบū= 3;นทางการเงิ= 609;ช่วยเหลือด&= #3657;านเงินทุนต= ;่อ SMEs ช่วยใหŭ= 7; SMEs มีระบบบั= 597;ชี/แผนธุรกิ= จที่ดีขึ้น

2. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รประเมินแผ= 609;ธุรกิจโดยใ&= #3594;้ ทีมงานผู้เŧ= 4;ี่ยวชาญ วิเคราะห์ปū= 3;ญหา แนะนำลู่ทาŧ= 1;ในการอยู่ร= 629;ด

3. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รสร้างองค์= 588;วามรู้และถ&= #3656;ายทอดสู่กิ= ;จการ SMEs ที่ได้ũ= 9;ับผลกระทบจ= 634;กวัฏจักรแล&= #3632;แนวโน้มธุร= ;กิจเพื่อป้$= 29;งกันการถดถ&#= 3629;ย

4. การ= แนะนำวิธีกū= 4;รสามารถปรั= 610;เปลี่ยนธุร&= #3585;ิจได้อย่าง= ;ค่อยเป็นค่$= 29;ยไป

 

ที่&#= 3611;รึกษา (Consultant) หũ= 7;ายถึง บุคคลหรือกŪ= 1;ุ่มบุคคลที= 656;มีประสบการ&= #3603;์ ความรู้ควาũ= 7;ชำนาญ ทางวิชาการ และประกอบอū= 4;ชีพให้บริก= 634;รในการให้ค&= #3635;ปรึกษาข้อเ= ;สนอแนะทางด$= 57;านเทคนิควิ&#= 3594;าการในสาขา= วิชาชีพต่าŧ= 1;ๆ และตามภารกū= 6;จที่ได้รับ= 617;อบหมายจากผ&= #3641;้ว่าจ้างใน= ;ด้านต่างๆ เช่น วิศวกรรมศาŪ= 6;ตร์ การเงิน บัญชี เศรษฐศาสตรŮ= 0; สังคม และสิ่งแวดŪ= 1;้อม เป็นต้น ที่ปรึกษาอū= 4;จแบ่งอย่าง= 585;ว้างๆ ตามลักษณะขŪ= 9;งความเชี่ย= 623;ชาญหรืองาน&= #3607;ี่ให้บริกา= ;ร เช่น ที่ปรึ#= 85;ษาด้านการเ&#= 3591;ิน ที่ปรึกษาดŭ= 7;านองค์กร ที่ปรึกษาดŭ= 7;านวิศวกรรม (หรือวิศวกร ที่ปรึกษา) ที่ปรึกษาดŭ= 7;านเศรษฐกิจ ที่ปรึกษาดŭ= 7;านสิ่งแวดล= 657;อม เป็นต้น คำว$= 56;า ที่ป&= #3619;ึกษา จึงรวมถึงผŬ= 1;้ประกอบ วิชาชีพ (Professionals) ที่มีคุณว&#= 3640;ฒิระดับปริ= ญญาตรีขึ้นŭ= 2;ป ในสายวิชาชū= 7;พต่างๆ เช่น เศรษฐศาสตรŮ= 0; วิศวกรรมศาŪ= 6;ตร์ เป็นต้น ซึ่งทำงานวū= 6;ชาการในองค= 660;กรที่ปรึกษ&= #3634; อาจแบ่งที่ũ= 1;รึกษาตามคุ= 603;วุฒิและประ&= #3626;บการณ์ได้เ= ;ป็น Junior Consultant หมายถ= ;ึง ที่ปรึกษาซū= 8;่งยังมีประ= 626;บการณ์ไม่ม&= #3634;กนัก และ Senior Consultant หũ= 7;ายถึง ที่ปรึกษาอū= 4;วุโสที่มีป= 619;ะสบการณ์นั&= #3610;สิบปี

มีเรื= ่องเล่าเกีŭ= 6;ยวกับ Consultant หลา$= 18;เรื่อง ซึ่งมองได้Ũ= 7;ั้งในแง่วิ= 594;าการหรือบั&= #3609;เทิงก็ได้ท= ;ั้งนั้น เรื่องแรก เรื่องมีอยŬ= 1;่ว่า มีคนถามอาจū= 4;รย์ท่านหนึ= 656;งว่า Consultant ทำหน้า= ;ที่อะไร ผู้ตอบไม่ไŨ= 4;้ตอบตรงๆ แต่เล่าเป็Ũ= 9;นิทานว่า ในเมืองใหญŭ= 6;แห่งหนึ่ง มีแมวหนุ่มŨ= 5;ัวหนึ่ง นิสัยเจ้าชŬ= 1;้ และทำให้เกū= 6;ดลูกแมวเป็= 609;จำนวนมาก ทำให้ประชาŦ= 5;รแมวมีมากเ= 585;ินไป นายกเทศมนตũ= 9;ีเลยจับแมว= 605;ัวนี้ตอน ซึ่งก็ได้ผŪ= 1; หลายเดือนผŭ= 6;านไป ประชากรแมวŪ= 1;ดลงเป็นที่= 609;่าพอใจ แต่พอปีถัดŭ= 2;ป ประชากรแมวŦ= 5;ลับเพิ่มขึ= 657;นอีก แต่ครั้งนีŭ= 7;เพิ่มขึ้นเ= 611;็นจำนวนมาก&= #3585;ว่าเก่ามาก นายกเทศมนตũ= 9;ีเลยให้สอบ= 626;วนหาสาเหตุ&= #3592;ึงพบว่า แมวตัวนี้ทū= 5;อะไรไม่ได้= 629;ีกแล้ว เพราะถูกตอŨ= 9;แต่ไปทำหน้= 634;ที่ Consultant ให้แมว= ;หนุ่มๆ รุ่นใหม่ๆ ผลของงานดี แมวเลยเกิดŬ= 8;ยอะ

Solution of Success $= 27;มายถึง การร่= วมใจให้บริŦ= 5;ารครบวงจร (Solution) เพืŭ= 6;อร่วมเป็นส= 656;วนหนึ่งของ&= #3588;วามสำเร็จ (Success) ของลูก= ค้า ด้วยเพราะเũ= 9;าเชื่อมั่น= 623;่า ความสำเร็จŦ= 6;องลูกค้านำ= 617;าซึ่งความส&= #3635;เร็จของเรา= ;

ลัก&#= 3625;ณะของงานที= ่ปรึกษา

งานที= ่จัดว่าเป็Ũ= 9;งานที่ปรึก= 625;า ได้แก่ งานบริการทū= 4;งวิชาการ ซึ่งไม่ใช่ŧ= 1;านประจำ อันได้แก่ งานประเภทตŭ= 6;างๆ ดังต่อไปนีŭ= 7;

(1) การออกแบบทū= 4;งสถาปัตยกร= 619;มและวิศวกร&= #3619;ม

(2) การควบคุมแŪ= 1;ะจัดการการ= 585;่อสร้าง

(3) การศึกษาวิŬ= 8;คราะห์เรื่= 629;งใดเรื่องห&= #3609;ึ่ง เพื่อจัดทำŨ= 9;โยบาย แนวทางการแŦ= 5;้ไขปัญหา แผนการดำเนū= 6;นงานในระดั= 610;ต่างๆ สร้างความเŦ= 6;้าใจในปัญห= 634; ตัวอย่างเชŭ= 6;น การจัดทำแผŨ= 9; ปรับโครงสรŭ= 7;างขององค์ก= 619; การแปรรูปรū= 3;ฐวิสาหกิจ การจัดทำแผŨ= 9;หลักการพัฒ= 609;าเศรษฐกิจส&= #3633;งคมของพื้น= ;ที่เฉพาะ การจัดทำแผŨ= 9;หลักการพัฒ= 609;าทรัพยากรน&= #3657;ำในพื้นที่= ;ลุ่มน้ำหนึ$= 56;ง การจัดทำระũ= 0;บการดำเนิน= 608;ุรกิจและระ&= #3610;บการจัดการ= ;ด้านการเงิ$= 09;ขององค์กร เป็นต้น

(4) การ= ;ศึกษาความเ$= 27;มาะสมของโค&#= 3619;งการ เพื่อจัดทำŬ= 9;ผนการลงทุน= 604;ำเนินโครงก&= #3634;ร

(5) การตรวจสอบŪ= 3;ิเคราะห์เพ= 639;่อแก้ปัญหา&= #3648;ฉพาะทางวิศ= ;วกรรม เช่น ปัญหาอาคารũ= 9;้าว ปัญหาน้ำท่Ū= 3;ม

(6) การจัดการแŪ= 1;ะบริหารโคร= 591;การ (ซึ่งไม่ใช่$= 50;ครงการก่อส&#= 3619;้าง)

(7) การสำรวจรวũ= 0;รวมข้อมูลท= 634;งวิชาการ เช่น การจัด$= 07;ำแผนที่ด้ว&#= 3618;ระบบสารสนเ= ทศทางภูมิศū= 4;สตร์

(8) การจัดทำแผŨ= 9;หลักและการ= 614;ัฒนาระบบข้&= #3629;มูลเทคโนโล= ;ยีสารสนเทศ และระบบข้อũ= 7;ูลเพื่อการ= 592;ัดการ (Management Information System)

 

คุณสมũ= 0;ัติของที่ป= 619;ึกษา

1. ต้องมีความŧ= 5;ื่อสัตย์ และมีจริยธũ= 9;รม ลักษณะทั่วŭ= 2;ปต่อไปนี้ท= 637;่ทำให้ลูกค&= #3657;ามีความไว้= ;วางใจ ได้แก่

มี&#= 3588;วามซื่อสัต= ย์

รั&#= 3585;ษาความลับข= องผู้ประกอũ= 0;การ SMEs

รั&#= 3585;ษาผลประโยช= น์ของลูกค้ū= 4;มากกว่าของ= 605;น

มี&#= 3588;วามเต็มใจแ= ละอยากช่วยŬ= 8;หลือ SMEs

เร&#= 3637;ยนรู้จากคว= ามผิดพลาดขŪ= 9;งตนเอง

 

2. มีความรู้คŪ= 3;ามสามารถใน= 591;านที่ตนให้&= #3588;ำปรึกษาแนะ= ;นำ และมีปฏิภาŨ= 3;ไหวพริบดี ได้แก่

สา&#= 3617;ารถเรียนรู= ้ได้เร็ว เข้าใจง่าย=

เป&#= 3655;นคนช่างสัง= เกต มีความสามาũ= 9;ถเลือกที่จ= 632;รับรู้ รวบรวมข้อมŬ= 1;ลได้ดี

มี&#= 3623;ิจารณญาณใน= การตัดสินใŧ= 2;ได้ดี

มี&#= 3588;วามสามารถใ= นการวิเคราū= 2;ห์และการสั= 591;เคราะห์ข้อ&= #3617;ูล

รู&#= 3657;จักใช้เหตุ= ผล

มี&#= 3588;วามคิดริเร= ิ่มสร้างสรũ= 9;ค์

 

3. มีความเข้าŭ= 1;จในใน SMEs แ&#= 3621;ะสามารถทำง= านร่วมกับบŬ= 0;คคลอื่นและ SMEs ได้ดี ได้แก่

กา&#= 3619;ให้ความนับ= ถือยอมรับ SMEs และมีคŪ= 3;ามอดทน

มี&#= 3588;วามสามารถใ= นการทำให้ SMEs เกิดควū= 4;มเชื่อมั่น= 649;ละไว้วางใจ&= #3652;ด้

มี&#= 3610;ุคลิก ท่าทางดี น่าเชื่อถืŪ= 9;

 

4. ค$= 23;ามสามารถใน&#= 3585;ารสื่อสารก= ับ SMEs

เป็นนักฟั= งที่ดี ตั้งใจฟังผŬ= 1;้ใช้บริการ= 588;ุยเพื่อรวบ&= #3619;วมข้อมูล

สามารถทำใหŭ= 7;โน้มน้าวชั= 585;จูงให้ผู้ป&= #3619;ะกอบการมีค= ;วามเชื่อถื$= 29;และอยากให้&#= 3588;วามร่วมมือ=

สา&#= 3617;ารถที่จะใช= ้ภาษาที่ง่ū= 4;ยในการพูดใ= 627;้ SMEs มีความŬ= 8;ข้าใจ

สา&#= 3617;ารถถ่ายทอด= ความรู้ให้Ŧ= 5;ับ SMEs ให้มีคŪ= 3;ามรู้ความเ= 586;้าใจอย่างด&= #3637;

 

5. มีเหตุผลแลū= 2;ใช้วิจารณญ= 634;ณรอบด้าน ได้แก่

มี&#= 3588;วามสามารถใ= นการวิเคราū= 2;ห์ / วินิจฉัยปั= 597;หา

สา&#= 3617;ารถหาข้อสร= ุปโดยเที่ยŧ= 1;ตรง ไม่เบี่ยงเũ= 0;น ตามความรู้Ū= 6;ึกของตน

ความยืด$= 27;ยุ่น และรู้จักปũ= 9;ับตนเองภาย= 651;ต้สภาวะการ&= #3603;์ที่เปลี่ย= ;นแปลง

 

6. มีบุคลิกส่Ū= 3;นตัว เป็นที่ยอมũ= 9;ับและเป็นผ= 641;้ใหญ่

สา&#= 3617;ารถควบคุมอ= ารมณ์และควũ= 0;คุมสถานการ= 603;์ได้ดี

สา&#= 3617;ารถทำงานภา= ยใต้สภาวะคŪ= 3;ามกดดัน หรือในเวลาŪ= 9;ันจำกัด

มี&#= 3588;วามเชื่อมั= ่นในตนเอง แต่ไม่ควรสŬ= 1;งเกินไปจนไ= 617;่ยอมรับฟัง&= #3588;วามคิดเห็น= ;ของผู้อื่น

มี&#= 3588;วามรับผิดช= อบ

คนหรื= อองค์กรที่Ũ= 7;ำอาชีพที่ป= 619;ึกษาจึงควร&= #3592;ะให้ความสำ= ;คัญกับเรื่$= 29;งดังต่อไปน&#= 3637;้

เป็นมืออาช= ;ีพ  คำว่าเป็น$= 17;ืออาชีพ หมายถึง ต้องทำงานทū= 7;่ปรึกษาเพร= 634;ะรัก เพราะชอบ ไม่ใช่ทำเพũ= 9;าะผลประโยช= 609;์บางอย่าง ถ้าทำด้วยใŧ= 2;แล้ว แน่นอนว่าผŪ= 1;ประโยชน์มั= 609;จะตามมาเอง และมืออาชีũ= 4;หมายถึงเก่= 591;จริงในเรื่&= #3629;งที่จะให้ค= ;ำปรึกษาแก่$= 29;งค์กรหรือล&#= 3641;กค้า ไม่ใช่ขายแŦ= 8;่ชื่อแต่ฝี= 617;ือไม่ถึง และที่สำคัŧ= 7;มืออาชีพจะ= 605;้องมีระบบใ&= #3609;การทำงาน เพราะถ้าทีŭ= 6;ปรึกษาเองย= 633;งขาดระบบกา&= #3619;ทำงานที่ดี= ;แล้ว ก็คงยากที่ŧ= 2;ะไปให้คำปร= 638;กษาผู้อื่น

เก&#= 3655;บรักษาความ= ลับ   ผมเชื่อว่= าทุกคนที่ทū= 5;อาชีพนี้ย่= 629;มรู้ดีว่าใ&= #3609;สัญญาว่าจ้= ;างส่วนใหญ่#= 92;ะระบุหัวข้&#= 3629;นี้ลงไป แต่ไม่แน่ใŧ= 2;ว่าในทางปฏ= 636;บัติแล้วมี&= #3651;ครได้นำเอา= ;ข้อมูลของอ#= 91;ค์กรไปใช้ป&#= 3619;ะโยชน์ในทา= งที่มิควรบŭ= 7;างหรือไม่ คนที่เป็นทū= 7;่ปรึกษาควร= 592;ะมีพันธะสั&= #3597;ญากับตัวเอ= ;งที่จะไม่น$= 35;ข้อมูลของล&#= 3641;กค้าไปเผยแ= พร่ เพราะผลที่Ū= 9;าจจะเกิดขึ= 657;นอาจจะได้ไ&= #3617;่คุ้มเสีย

รั&#= 3610;ผิดชอบต่อผ= ลสำเร็จมากŦ= 5;ว่าวิธีการ   หลายอ= งค์กรเคยบ่Ũ= 9;ให้ฟังเสมอ= 623;่าเคยจ้างท&= #3637;่ปรึกษามาว= ;างระบบหลาย#= 88;รั้งแล้ว แต่ละครั้งũ= 7;ักจะลงทุนไ= 611;สูงมาก แต่ผลที่ไดŭ= 7;มาคือแฟ้มส= 623;ยๆหนึ่งหรื&= #3629;สองแฟ้ม แล้วไม่รู้ŧ= 2;ะนำไปใช้ยั= 591;ไงดี และที่ปรึกŪ= 5;าส่วนใหญ่จ= 632;มุ่งเน้นกา&= #3619;วัดชั่วโมง= ;ทำงาน เน้นผลตอบแŨ= 7;นต่อชั่วโม= 591;ทำงาน ซึ่งทั้งหมŨ= 4;นี้จะอยู่บ= 609;พื้นฐานของ&= #3612;ลประโยชน์ต= ;ัวเองมากกว$= 56;าผลประโยชน&#= 3660;ของลูกค้า ที่ปรึกษาคŪ= 3;รจะหันมาเน= 657;นผลสำเร็จข&= #3629;งโครงการให= ;้มากกว่าเน$= 57;นวิธีการดำ&#= 3648;นินงาน

รา&#= 3588;าสมเหตุสมผ= ล   เนื่อ= งจากการว่าŧ= 2;้างที่ปรึก= 625;าเป็นงานที&= #3656;ไม่ได้จ้าง= ;กันบ่อยๆ บางองค์กรจū= 8;งไม่ทราบรา= 588;าของระบบงา&= #3609;หนึ่งระบบน= ;ั้นมันควรจ$= 32;เป็นเท่าไห&#= 3619;่ จุดนี้จึงเũ= 1;ิดโอกาสให้= 607;ี่ปรึกษาบา&= #3591;คนโก่งราคา= ;ค่าบริการเ$= 26;ียสูงลิ่ว บางองค์กรกŭ= 5;กล้าลงทุน ในขณะที่บาŧ= 1;องค์กรพอได= 657;ฟังราคาแล้&= #3623;ก็เลิกคิดท= ;ี่จะจ้างที$= 56;ปรึกษาไปเล&#= 3618;

ทำ= ;ตัวเป็นส่ว$= 09;หนึ่งขององ&#= 3588;์กร   คนที&= #3656;จะทำอาชีพน= ;ี้จำเป็นอย$= 56;างยิ่งที่จ&#= 3632;ต้องมีจิตส= ำนึกในการเũ= 1;็นเจ้าของอ= 591;ค์กร ถึงแม้จะเขŭ= 7;าไปมีส่วนร= 656;วมเพียงส่ว&= #3609;น้อย เพราะถ้าทีŭ= 6;ปรึกษามีคว= 634;มรู้สึกถึง&= #3585;ารเป็นเจ้า= ;ของแล้ว ผลงานที่ออŦ= 5;มาจะดีกว่า= 588;วามรู้สึกท&= #3637;่ว่าเป็นบุ= ;คคลภายนอกท$= 37;่เขาจ้างมา&#= 3607;ำของ

ทำในสิ่งทū= 7;่ตัวเองถนั= 604;  ที่ปรึกษา$= 07;ี่ดีควรจะร&#= 3641;้ว่าตัวเอง= เก่งเรื่องŪ= 9;ะไร และจงทำในสū= 6;่งที่เป็นง= 634;นถนัด กรุณาอย่าทū= 5;ตัวเป็นผู้= 619;ับเหมาเพรา&= #3632;จะเกิดผลเส= ;ียในอนาคตค$= 39;อลูกค้ารู้&#= 3626;ึกว่าไม่น่= าเสียค่านาũ= 8;หน้า ผู้รับเหมาŧ= 4;่วงก็ทำงาน= 652;ม่เต็มที่เ&= #3614;ราะได้เงิน= ;ไม่เต็มเม็$= 04;เต็มหน่วย หลายที่ที่Ŧ= 6;ายชื่อเสีย= 591;ของสถาบันแ&= #3605;่แท้ที่จริ= ;งเป็นเพียง$= 49;ค่ผู้รับเห&#= 3617;าเท่านั้น

Characteristic Consultant คุณลักษ$= 03;ะที่สำคัญข&#= 3629;งการเป็นผู= ้ให้คำปรึกŪ= 5;าที่สำคัญ 3 ประการmรที่จะนำไป$= 26;ู่ความสำเร&#= 3655;จ (Key Success) คือ

1. Knowledge Base (รอก่$= 29;นเดี๋ยวจะข&#= 3618;ายความ)

ความรู้$= 51;นทางปรัชญา ปรัชญา เศรษฐกิจพอŬ= 8;พียง เศรษ&= #3600;กิจพอเพียง= ; เป็นปรัชญ&= #3634;ที่พระบาทส= ;มเด็จพระเจ$= 57;าอยู่หัวทร&#= 3591;มีพระราชดำ= รัสชี้แนะแŨ= 9;วทาง การดำเนินชū= 7;วิตแก่พสกน= 636;กรชาวไทยมา&= #3650;ดยตลอดนานก= ;ว่า 25 ปี ตั้งแต่ก&= #3656;อนเกิดวิกฤ= ;ติการณ์ทาง$= 48;ศรษฐกิจ และเมื่อภาũ= 8;หลังได้ทรง= 648;น้นย้ำ แนวทางการแŦ= 5;้ไขเพื่อให= 657;รอดพ้น และสามารถดū= 5;รงอยู่ได้อ= 618;่างมั่นคงแ&= #3621;ะยั่งยืนภา= ;ยใต้กระแสโ$= 21;กาภิวัตน์แ&#= 3621;ะความเปลี่= ยนแปลง มีหลักพิจาũ= 9;ณา ดังนี้

กรอบแ= นวคิด เป็นปรัชญาŨ= 7;ี่ชี้แนะแน= 623;ทางการดำรง&= #3629;ยู่และปฏิบ= ;ัติตนในทาง$= 07;ี่ควรจะเป็&#= 3609;โดยมีพื้นฐ= านมาจากวิถū= 7;ชีวิตดั้งเ= 604;ิมของสังคม&= #3652;ทย สามารถนำมาũ= 1;ระยุกต์ใช้= 652;ด้ตลอดเวลา และเป็นการũ= 7;องโลกเชิงร= 632;บบที่มีการ&= #3648;ปลี่ยนแปลง= ;อยู่ตลอดเว$= 21;า มุ่งเน้นกาũ= 9;รอดพ้นจากภ= 633;ยและวิกฤติ เพื่อความมū= 3;่นคงและควา= 617;ยั่งยืนของ&= #3585;ารพัฒนา

คุณลั= กษณะ เศรษฐกิจพอŬ= 8;พียงสามารถ= 609;ำมาประยุกต&= #3660;ใช้กับการป= ;ฏิบัติตนได$= 57;ในทุกระดับ โดยเน้นการũ= 1;ฏิบัติบนทา= 591;สายกลาง และการพัฒนū= 4;อย่างเป็นข= 633;้นตอน

คำนิย= าม ความพอเพียŧ= 1;จะต้องประก= 629;บด้วย 3 คุณลักษณะพ= 619;้อม ๆ กัน ดังนี้

1. ความ&= #3614;อประมาณ หมายถึง ความพอดีทีŭ= 6;ไม่น้อยเกิ= 604;ไปและไม่มา&= #3585;เกินไป โดยไม่เบียŨ= 4;เบียนตนเอง= 649;ละผู้อื่น เช่น การผลิตและŦ= 5;ารบริโภคที= 656;อยู่ในระดั&= #3610;พอประมาณ

2. ความ&= #3617;ีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใŧ= 2;เกี่ยวกับร= 632;ดับของความ&= #3614;อเพียงนั้น= ;จะต้องเป็น$= 52;ปอย่างมีเห&#= 3605;ุผล โดยพิจารณาŧ= 2;ากเหตุปัจจ= 633;ยที่เกี่ยว&= #3586;้องตลอดจนค= ;ำนึงถึงผลท$= 37;่คาดว่าจะเ&#= 3585;ิดขึ้นจากก= ารกระทำนั้Ũ= 9; ๆ อย่างรอบคอũ= 0;

3. การม&= #3637;ภูมิคุ้มกั= ;นที่ดีในตั$= 23; หมายถึง การเตรียมตū= 3;วให้พร้อมร= 633;บผลกระทบ และการเปลีŭ= 6;ยนแปลงด้าน= 605;่าง ๆ ที่จะเกิด#= 86;ึ้นโดยคำนึ&#= 3591;ถึงความเป็= นไปได้ของสŨ= 6;านการณ์ต่า= 591; ๆ มีการจัดเ&= #3605;รียมแผนสำร= ;องสำหรับรอ#= 91;รับสถานการ&#= 3603;์ที่คาดว่า= จะเกิดขึ้นŭ= 1;นอนาคตทั้ง= 651;กล้และไกล

 

เงื่อ= นไข การตัดสินใŧ= 2;และการดำเน= 636;นกิจกรรมต่&= #3634;ง ๆ ให้อยู่ในรū= 2;ดับพอเพียง= 609;ั้น ต้องอาศัยทū= 3;้งความรุ้ และคุณธรรมŬ= 8;ป็นพื้นฐาน กล่าวคือ<= /p>

1. เงื่อนไขควū= 4;มรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้Ŭ= 8;กี่ยวกับวิ= 594;าการต่าง ที่เกี่ยวขŭ= 7;องอย่างรอบ= 604;้าน ความรอบคอบŨ= 7;ี่จะนำความ= 619;ู้เหล่านั้&= #3609;มาพิจารณาใ= ;ห้เชื่อมโย#= 91;กัน เพื่อประกอũ= 0;การวางแผนแ= 621;ะความระมัด&= #3619;ะวังในขั้น= ;ปฏิบัติ

2. เงื่อนไขควū= 4;มธรรม ที่จะต้องเŪ= 6;ริมสร้างปร= 632;กอบด้วย มีความตระหŨ= 9;ักในคุณธรร= 617; มีความชื่อŪ= 6;ัตย์สุจริต และมีความอŨ= 4;ทน มีความพากเũ= 4;ียร ใช้สติปัญญū= 4;ในการดำเนิ= 609;ชีวิต

แนวทา= งปฏิบัติ/ผล$= 07;ี่คาดว่าจะ&#= 3652;ด้รับ จากการนำปรū= 3;ชญาของเศรษ= 600;กิจพอเพียง&= #3617;าประยุกต์ใ= ;ช้ คือ การพัฒนาทีŭ= 6;สมดุลและยั= 656;งยืน พร้อมรับต่Ū= 9;การเปลี่ยน= 649;ปลงในทุกด้&= #3634;น ทั้งด้านเศũ= 9;ษฐกิจ สังคมสิ่งแŪ= 3;ดล้อม ความรู้และŬ= 8;ทคโนโลยี

นอกจา= กนี้ก็ปรัญŧ= 4;าอีก 3 ปรัชญาที่นŭ= 6;าศึกษาคือ อภิปรัชญา ปรัชญาจิตนū= 6;ยม ปรัชญาวัตถŬ= 0;นิยม

หล&#= 3633;กคิดที่ใช้= ในการวิเครū= 4;ะห์ Strategic Thinking

Strategic Thinking   คŪ= 3;ามคิดในเชิ= 591;กลยุทธ์ ในวันนี้โลŦ= 5;เปลี่ยนแปล= 591;ด้วยความเร&= #3655;วสูงจึงต้อ= ;งการพัฒนาร$= 32;บบความคิด แบ่งเป็น 4 กลุ่ม เรียก$= 23;่า Thinking Paradigm ซึ่ง paradigm แปลว่ากร= 632;บวนทัศน์ กรอบ แนวทางกรอบŭ= 1;นความคิด วิธีคิด =

Thinking Paradigm   มū= 7; 4 กระบวนทัศนŮ= 0;

1. Positive Thinkin= g กรอบความค&#= 3636;ดมองโลกในเ= ชิงบวก

2. Creative Thinkin= g ความคิดใน&#= 3648;ชิงสร้างสร= รค์ Innovative Thinking

3. Strategic Thinking &#= 3585;รอบความคิด= ในเชิงกลยุŨ= 7;ธ์ เป็นเนื้อหū= 4;ที่จะเน้น ซึ่งได้ยกตū= 3;วอย่าง คือ Context Thinking ไป= ;แล้ว

4. Ethical Thinking= ความคิดใน&#= 3648;ชิงจริยธรร= ม นำไปสู่ good governance คือธรรมรั&#= 3605;น์ หรือการพัฒŨ= 9;าในเรื่องข= 629;งจริยธรรม จรรยาบรรณใŨ= 9;การบริหารป= 619;ะเทศ

ควา&#= 3617;คิดในเชิงก= ลยุทธ์ Strategic Thinking   มū= 7;องค์ประกอบ คือ

1. Context Thinking  หม$= 34;ยความว่าเว&#= 3621;าที่จะบริห= ารอะไรต้องŦ= 8;ำนึงถึงสภา= 614;แวดล้อมของ&= #3588;ู่แข่ง ของลูกค้า ข้อจำกัดขอŧ= 1;เวลา เนื้อหา และ#= 85;ลุ่มเป้าหม&#= 3634;ยที่ฟัง โดย focus group ใ= ห้สอดคล้องŦ= 5;ัน

2. Forward Thinking  กาũ= 9;คิดไปข้างห= 609;้า โลกเปลี่ยนŬ= 9;ปลงเร็วมาก จึงต้องอ่อŨ= 9;ไหวต่อสภาพ= 649;วดล้อม ทางกายภาพไũ= 7;่เพียงพอ ต้องอ่อนไหŪ= 3;ต่อสภาพแวด= 621;้อมในเรื่อ&= #3591;เงื่อนเวลา= ;ด้วย เราไม่ได้อũ= 8;ู่ในปัจจุบ= 633;นใน 1 นาที โลกเปล&#= 3637;่ยนแปลงไปเ= ร็วมาก ถ้าอยู่ปัจŧ= 2;ุบันจะไปไม= 656;รอด คนที่อยู่รŪ= 9;ดในโลกสหัส= 623;รรษนี้จะต้&= #3629;งหาข้อมูลก= ;ารเปลี่ยนแ$= 11;ลง ตั้งแต่ระยū= 2;สั้น กลาง ยาว ในเวลาที่ดŬ= 1;ข้อมูลในอน= 634;คตไม่จำเป็&= #3609;ต้องละเอีย= ;ด มององค์ประŦ= 5;อบการเปลี่= 618;นแปลงเฉพาะ&= #3607;ี่สำคัญ เพื่อจะได้ũ= 1;รับตัวให้ส= 629;ดคล้อง

3. Visionary Thinking  นักคิดใ= 609;เชิงกลยุทธ&= #3660;จะต้องเป็น= ;นักคิดแง่ว$= 36;สัยทัศน์ วิสัยทัศน์ũ= 7;ีองค์ประกอ= 610;อย่างหนึ่ง คือ Forward Thinking ซึ= ;่ง Forward Thinking อธิบา= ยถึงโลกแห่ŧ= 1;การเปลี่ยน= 649;ปลงทางเศรษ&= #3600;กิจสังคมกา= ;รเมืองด้วย#= 88;วามถี่ปัจจ&#= 3640;บัน ในอนาคตนั้Ũ= 9;จะกระทบกำไ= 619;ทางบวกหรือ&= #3607;างลบ ทางบวกเป็น โอกาส (O) ถŭ= 7;าทางลบเป็น= 616;ยันตราย (T) ซึ่งเป็= ;น Forward Thinking แต่ มองแค่นี้ไũ= 7;่ได้ต้องมอ= 591;ตัวเราด้วย วิสัยทัศน์ 2 อย่าง คือ รู้จักดูภาũ= 8;นอก และต้องมีคŪ= 3;ามสามารถใน= 585;ารมองภายใน&= #3604;้วย  คนไทย= ;ส่วนใหญ่เก$= 56;ง ความรู้ดี มองโลกภายนŪ= 9;กเก่งมากขย= 634;ยไปภายนอก แต่ลืมดูตนŬ= 8;อง ว่าจะรับไดŭ= 7;หรือไม่ ลืมดูจุดอ่Ū= 9;นของตนเอง จึงเป็นคนเŦ= 5;่งเพียงครึ= 656;งทาง มีวิสัยทัศŨ= 9;์ลืมดูจุดแ= 586;็งของตนเอง<= /span>

4. Matching Thinking=   นักคิดในเ&#= 3594;ิงกลยุทธ์จ= ะต้องเป็นนū= 3;กคิดที่ไม่= 611;ระมาท เก่งต้อง SWOT ให้สอดคล= 657;องกันทั้ง 4 ตัว ให้ matching กัน โดย matching SWOT มอ&#= 3591;เห็นโอกาสไ= ม่เลือกโอกū= 4;ส แต่ยึดเส้นŨ= 7;างโอกาสที่= 651;นกรณีที่มี&= #3592;ุดแข็งเดิน= ;ไปได้ หลีกเลี่ยงũ= 6;ยันตราย เรียกว่าเปŭ= 5;น Matching Thinking มองรอ= ;บด้านเลือก$= 29;าชีพเลือกส&#= 3636;นค้าที่เรา= ทำได้ดี ต้องรู้จักŨ= 5;นเอง รู้จักพัฒนū= 4;ความคิด รู้ชอบอะไร เก่งอะไร<= /span>

5. Holistic Thinking  กา$= 19;พัฒนาความค&#= 3636;ดในเชิงองค= ์รวม

6. Systems Thinking การพัฒนาควū= 4;มคิดเชื่อง= 650;ยงทั้งระบบ<= o:p>

7. Weight Thinking การพัฒนาควū= 4;มคิดให้รู้= 592;ักแต่ละอย่&= #3634;งมีน้ำหนัก= ;ไม่เท่ากัน

8. Customer Value Thinking การ&#= 3614;ัฒนาความคิ= ดยึดความต้Ū= 9;งการของลูก= 588;้า การที่จะพัŨ= 2;นาการบริหา= 619;ประเทศ องค์กร งาน ต้องทำตัวเũ= 1;็นอนัตตา ไม่ยึดตัวเŪ= 9;ง เป็นหลัก แต่จะต้องยū= 8;ดอัตตาของล= 641;กค้า ต้องเข้าไปŨ= 9;ั่งอยู่ในด= 623;งใจของลูกค&= #3657;า ศึกษาจนกระŨ= 7;ั่งรู้จักล= 641;กค้า พัฒนาความคū= 6;ดอย่ายึดติ= 604;ตัวเองเป็น&= #3627;ลัก (แต่ถ้าทำงา$= 09;ยึดเจ้านาย&#= 3648;ป็นหลัก)

9. Benchmark Thinking  องค์ประ= 585;อบตัววัดปร&= #3632;สิทธิภาพ ประสิทธิผล มีองค์ประกŪ= 9;บ 2 ตัว คือตัววัด กับระดับ เช$= 56;น จะวัดประสิŨ= 7;ธิภาพของกา= 619;ทำงาน มีตัววัดคืŪ= 9;ต้นทุนที่ล= 604;ลง ต้นทุนที่ลŨ= 4;ลงมีระดับก= 634;รวัดเราต้น&= #3607;ุนลดลง 15% คู่แข่งลด 25% แต่ระดับ World Class= ลดลง 40% ไม่ใช่ตัววū= 3;ดอย่างเดีย= 623;ระดับด้วย ไม่มีเส้นแũ= 0;่งระดับ World Class มีตัวŪ= 3;ัดกับระดับ Benchmark คือถ้า= ต่ำกว่า 40 จะไม่รอด เพราะไม่มีŦ= 5;ารแบ่งเขตร= 632;หว่าง World Class และระŨ= 4;ับเรา เช่นธนาคาร ขนมคบเขี้ยŪ= 3; พบกับระดับŭ= 0;ลก ดังนั้นต้อŧ= 1;มีพัฒนาควา= 617;คิดในเชิง Benchmark ตัวอย่= างมีคน ๆ หนึ่งสอบไดŭ= 7; B+ ถือว่าเก= 656;งมาก แต่เฉลี่ยคŨ= 9;ทั้งห้องได= 657; A+ ดังนั้น= B+ จึงเป็นท= 637;่รั้งท้าย ดังนั้นการũ= 4;ัฒนาไม่ใช่= 614;ัฒนาศักยภา&= #3614;ว่าดีหรือไ= ;ม่ดี จะต้องมีตัŪ= 3;เลขของคู่แ= 586;่งที่วัดได&= #3657;มีค่าเฉลี่= ;ยแข่งกับเข$= 34;ได้ต้องสูง&#= 3585;ว่าเขา ต้องรู้เขาũ= 9;ู้เรา ต้องเอา World Class เข้ามาเปร&#= 3637;ยบเทียบ

10. Dynamic Thinking ความคิดในเŧ= 4;ิงพลวัต แข่งขันในรū= 2;ดับ World Class ถ้า= 652;ม่มีคู่แข่&= #3591; ต้องแข่งกัũ= 0;ตัวเอง

11. Time Value Thinking เวลาคุณค่า คุณภาพปริมū= 4;ณ

12. Key Success Factor  อะŭ= 2;รคือองค์ปร= 632;กอบแห่งควา&= #3617;สำเร็จ คือ ตัวอย่างสาũ= 7;ี ภรรยาอยู่ดŭ= 7;วยกันการปฏ= 636;สัมพันธ์ทา&= #3591;ใจ คุยกัน 2 ชั่วโมง มีการเปลี่ũ= 8;นกิจกรรม สถานที่ สามีรู้จักũ= 6;รรยาคือลูก= 588;้าอยากให้ภ&= #3619;รยามีความส= ;ุขปฏิสัมพั$= 09;ธ์ทางใจ พาไปกินข้าŪ= 3;นอกบ้านบ้า= 591; พาไปกินข้าŪ= 3;นอกบ้านวัน= 607;ี่สำคัญ วันเกิด วันวาเลนไทŨ= 9;์ วันแต่งงาน ดีกว่าอยู่ũ= 0;้าน 24 ชั่วโมงคุยŦ= 5;ัน แต่ถ้าอีกคŬ= 1;่ พาไปบ่อยแตŭ= 6;ไม่ได้ไปใน 3 วันนี้ ไม่รู้จักลŬ= 1;กค้า จึงมีอิมแพŦ= 8;น้อย ไม่ดูน้ำหนū= 3;กดังนั้น 2 ชั่วโมงแต่ũ= 7;ีองค์ประกอ= 610;การแยกแยะเ&= #3623;ลาคุณภาพกั= ;บเวลาจำนวน 2 ชั่วโมงมีคŬ= 0;ณภาพ มีน้ำหนักแŪ= 1;ะมีผลต่อลู= 585;ค้ามากกว่า 24 ชั่วโมง นี่&= #3648;ป็นตัวอย่า= ;งของความคิ$= 04;เชิงกลยุทธ&#= 3660; ที่มองอะไรŬ= 8;ป็นองค์รวม มีระบบ มองอะไรมีนŭ= 7;ำหนัก มีเอาลูกค้ū= 4;เป็นตัวตั้= 591; โดยเข้าใจบũ= 9;ิบทของการเ= 611;ลี่ยนแปลง บริบทของสภū= 4;พแวดล้อม บริบทของตนŬ= 8;อง รู้จุดอ่อนŧ= 2;ุดแข็งของต= 633;วเอง และจะต้องเŪ= 9;าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มาทำให้เกิŨ= 4; Bench mark เพื่อจะũ= 4;ัฒนาให้ถึง= 592;ุดตรงนั้น และ Benchmark ยัง= ;ไม่พอ ต่อให้ World Class Benchmark เหนือฟ้าย&#= 3633;งมีฟ้า ไม่มีคู่แขŭ= 6;งกับแข่งกั= 610;ตัวเองให้เ&= #3585;ิด Dynamic Thinking

คว&#= 3634;มรู้ทั่วไป= เกี่ยวองค์Ŧ= 5;าร และการจัดกū= 4;รMBA

Master of Business Administration เป็นหลักส&#= 3641;ตรการศึกษา= ที่เกี่ยวกū= 3;บภาคธุรกิจ= 651;นด้านการจั&= #3604;การสำหรับอ= ;งค์กรที่เก$= 37;่ยวข้องกับ&#= 3629;งค์กรในทุก= ด้านเช่น การเงิน การจัดการ การผลิต การตลาด การ#= 92;ัดการทรัพย&#= 3634;กรมนุษย์ เทคโนโลยีสū= 4;รสนเทศ เป็นต้น   โดยหลักสูŨ= 5;รการศึกษาม= 637;สาระความรู&= #3657;ที่ประกอบไ= ;ปด้วย

ความร= ู้คู่คุณธรũ= 9;ม (Knowledge and Morality)

การบั= ญชีการเงิน (Financial Accounting)

เศรษฐ= ศาสตร์ธุรกū= 6;จ (Business Economics)

การจั= ดการและพฤตū= 6;กรรมองค์กา= 619; (Management and Organizational Behavior)

การจั= ดการการเงิŨ= 9; (Financial Management)

การจั= ดการการตลาŨ= 4; (Marketing Management)

การบั= ญชีสำหรับผŬ= 1;้บริหาร (Accounting for Executives)

การจั= ดการการดำเŨ= 9;ินงาน (Operations Management)

วิธีก= ารวิจัยทางŨ= 8;ุรกิจ (Business Research Methodology)<= /o:p>

การจั= ดการเชิงกลũ= 8;ุทธ์ (Strategic Management)

การจั= ดการทรัพยาŦ= 5;รมนุษย์ (Human Resource Management)

การจั= ดการระหว่าŧ= 1;ประเทศ (International Management)

การจั= ดการความคิŨ= 4;สร้างสรรค์= 649;ละนวัตกรรม (Creativity and Innovation Management)

องค์ค= วามรู้ของหŪ= 1;ักสูตร Master of Business Administration &#= 3592;ะถูกนำมาใช= ้ในการตั้งŬ= 9;ต่ขั้นตอนก= 634;รเก็บรวบรว&= #3617;ข้อมูลของอ= ;งค์กรของลู#= 85;ค้า การวิเคราะŪ= 7;์ปัญหา การสรุปหาแŨ= 9;วทางแก้ไขห= 619;ือการกำหนด&= #3649;ผนทั้งระยะ= ;สั้น ระยะกลาง ระยะยาว ที่สอดคล้อŧ= 1;กับปัยจัยต= 656;างๆที่นำไป&= #3626;ู่การแก้ไข= ;ปัญหาหรือก$= 34;รพัฒนาเพิ่&#= 3617;ขีดความสาม= ารถในการแขŭ= 6;งขันขององค= 660;กร   รวมท= ั้งการติดตū= 4;มการปฏิบัต= 636;การตามแผน (Implement) และตรŪ= 3;จสอบ ประเมินผลแŪ= 1;ะนำข้อมูลย= 657;อนกลับไปสู&= #3656;การพัฒนาปร= ;ับปรุงแผน=

คว&#= 3634;มรู้เชิงลึ= กที่เกี่ยวŦ= 5;ับวิชาชีพ อุตสาหกรรม และปัญหาทีŭ= 6;ทำการศึกษา หาคำตอบ<= /b>

องค์ป= ระกอบสำคัญŨ= 7;างด้านวิชา= 594;ีพเป็นปัญห&= #3634;เชิงประสบก= ;ารณ์ ความชำนาญเŧ= 3;พาะ ปัญหาทางเทŦ= 8;นิค เทคโนโลยี ฯลฯ ที่เป็นพื้Ũ= 9;ฐานที่ใช้ต= 633;้งแต่ขั้นต&= #3629;นการเก็บรว= ;บรวมข้อมูล วิเคราะห์ ตัดสินใจ วางแผน ในกา$= 19;ให้คำปรึกษ&#= 3634;แก่ลูกค้า   ในปัจจุบัŨ= 9;ข้อมูลสมาร= 606;หาได้จาก ชมรม สมาคม Web Site งานวิจัũ= 8; ลูกค้า

อื&#= 3656;นๆ หรือการกำหŨ= 9;ดแผน

 

2. Critical Thinking = 585;ารคิดเชิงว&= #3636;พากษ์ การค= ิดเชิงวิจาũ= 9;ณญาณ กระบวนการคū= 6;ดเชิงวิพาก= 625;์หรือการคิ&= #3604;เชิงวิจารณ= ;ญาณจเปรียบ$= 48;สมือนเรื่อ&#= 3591;มือ (Tool) ที่สำค= 633;ญที่สุดเพื&= #3656;อนำเอาพื้น= ;ฐานความรู้ (Knowledge Base) การเป= ็นผู้เชี่ยŪ= 3;ชาญ (Expert Person) มาประ&= #3626;มประสานเพื= ;่อใช้ตั้งแ$= 05;่ในขั้นตอน&#= 3586;องการรับฟั= งปัญหา การจัดเก็บŦ= 6;้อมูล รวบรวมปัญหū= 4; วิเคราะห์ สรุปหาสาเหŨ= 5;ุ กำหนดแผนในŦ= 5;ารแก้ไขปัญ= 627;า การตรวจสอบŬ= 9;ผนและการปร= 632;เมินผลของก&= #3634;รปฏิบัติงา= ;น

Picture 01

นิยาม= ของการคิดเŧ= 4;ิงวิจารณญา= 603; มีการนิยามŦ= 8;วามหมายไว้= 627;ลายความคิด&= #3648;ห็น

• การคิดเชิงŪ= 3;ิจารณญาณคื= 629;เครื่องมือ&= #3607;ี่จำเป็นยิ= ;่งยวดเพื่อ#= 85;ารตัดสินหร&#= 3639;อลงความเห็= นด้ววิธีสืũ= 0;เสาะ กำหมดเป้าหũ= 7;ายที่ถูกต้= 629;งชัดเจนและ&= #3585;ารบังคับตน= ;เองไม่ให้ถ$= 41;กชักจูง เพื่อให้ไดŭ= 7;มาซึ่งการแ= 611;ลความหมาย การวิเคราะŪ= 7;์ การประเมินŬ= 9;ละการลงควา= 617;เห็นตลอดจน&= #3585;ารอธิบายพย= ;านหลักฐานห$= 19;ือสิ่งอ้าง&#= 3629;ิง แนวคิด วิธีการ การกำหนดกฎŬ= 8;กณฑ์หรือบร= 636;บทของข้อพิ&= #3592;ารณาที่เป็= ;นที่มาของข$= 57;อสรุป ความเห็น หรือข้อตัดŪ= 6;ิน

• การคิดเชิงŪ= 3;ิจารณญาณคื= 629;การสะท้อนค&= #3623;ามคิดที่มี= ;เหตุผลโดยก$= 34;รพุ่งประเด&#= 3655;นไปเน้นที่= การตัดสินใŧ= 2;ที่จะเชื่อ= 627;รือตัดสินใ&= #3592;ที่จะกระทำ= ;ในสิ่งใดสิ$= 56;งหนึ่ง กล่าวให้ชัŨ= 4;ก็คือการปร= 632;เมินในความ&= #3592;ริง ความแม่นยำ และ/หรือคุณ#= 88;่าของความร&#= 3641;้หรือข้อถก= เถียงที่ไดŭ= 7;รับ ในการนี้ต้Ū= 9;งการการวิเ= 588;ราะห์ความร&= #3641;้หรือความเ= ;ชื่อที่ได้$= 19;ับรู้มาอย่&#= 3634;งระมัดระวั= ง ตรงจุด เกาะติดและŬ= 8;ป็นรูปธรรม= 607;ี่มีเหตุผล เพื่อให้สาũ= 7;ารถตัดสินไ= 604;้ว่าสิ่งนั&= #3657;นๆ จริงหรือมีŦ= 8;ุณค่าจริงห= 619;ือไม่

• การคิดเชิงŪ= 3;ิจารณญาณคื= 629;กระบวนการป&= #3619;ะเมินข้อเส= ;นอหรือสมมุ$= 05;ิฐานที่ได้&#= 3619;ับแล้วทำกา= รไตร่ตรองตū= 3;ดสินบนพื้น= 600;านแห่งพยาน&= #3627;ลักฐานที่น= ;ำมาสนับสนุ$= 09;

ตัวอย= ่าง: พิจารณาตาม 5 ขั้นตอนของŦ= 5;ารคิดเชิงว= 636;จารณญาณ

1. เรากำลังถูŦ= 5;บอกให้เชื่= 629;หรือยอมรับ&= #3629;ะไร? สมมุติฐานใŨ= 9;เรื่องนี้ค= 639;ออะไร?

2. มีพยานหลักŨ= 0;านใดที่ใช้= 626;นับสนุนในเ&= #3619;ื่องนี้? และหลักฐานŨ= 9;ี้เชื่อถือ= 652;ด้และหนักแ&= #3609;่นแล้วหรือ= ;?

3. มีทางเลือกŪ= 9;ื่นใดอีกหร= 639;อไม่สำหรับ&= #3651;ช้ในการตีค= ;วามพยานหลั#= 85;ฐานนี้

4. มีหลักฐานเũ= 4;ิ่มเติมอื่= 609;ใดอีกหรือไ&= #3617;่ที่จะนำมา= ;ช่วยประเมิ$= 09;ทางเลือกเห&#= 3621;่านั้น

5. ข้อสรุปใดทū= 7;่มีเหตุผลม= 634;กที่สุดตาม&= #3614;ยานหลักฐาน= ;และคำอธิบา$= 18;ของทางเลือ&#= 3585;

• การคิดเชิงŪ= 3;ิจารณญาณคื= 629;กระบวนการท&= #3637;่มีระบบการ= ;ใช้ปัญญาเพ$= 39;่อการวางแน&#= 3623;ความคิด การประยุกตŮ= 0; การวิเคราะŪ= 7;์ การสังเคราū= 2;ห์และ/หรือป&#= 3619;ะเมินข้อมู= ลด้วยทักษะŨ= 7;ี่กระตือรื= 629;ล้นด้วยการ&= #3626;ังเกต การเข้าไปมū= 7;ประสบการณ์ การสะท้อนกŪ= 1;ับ การให้เหตุũ= 2;ลและ/หรือด้&#= 3623;ยการสื่อ เพื่อใช้เปŭ= 5;นแนวทางไปส= 641;่ความเชื่อ&= #3627;รือการปฏิบ= ;ัติ

Picture 02

 

วิธ&#= 3637;การเก็บรวบ= รวมข้อมูล

วิ= ;ธีการเก็บร$= 23;บรวมข้อมูล อาจแบ่งเป็Ũ= 9;วิธีการใหญ= 656;ๆ ได้ 3 วิธี คือ<= /span>

1. การสังเกตกū= 4;รณ์ (Observation) ทั้งการส= 633;งเกตการณ์แ&= #3610;บมีส่วนร่ว= ;ม (Participant Observation) และŦ= 5;ารสังเกตกา= 619;ณ์แบบไม่มี&= #3626;่วนร่วม (Non-participant Observation) หรื&= #3629;อาจจะแบ่งเ= ;ป็น การสังเกตกū= 4;รณ์แบบมีโค= 619;งสร้าง (Structured Observation) และก= ;ารสังเกตกา$= 19;ณ์แบบไม่มี&#= 3650;ครงสร้าง (Unstructured Observation)<= /p>

2. การ= สัมภาษณ์ (Interview) นิ$= 18;มมากในทางส&#= 3633;งคมศาสตร์ โดยเฉพาะกาũ= 9;สัมภาษณ์โด= 618;ใช้แบบสอบถ&= #3634;ม (Questionnaire) การสั&= #3617;ภาษณ์แบบเจ= ;าะลึก (In-depth Interview) หรือ= 629;าจจะจำแนกเ&= #3611;็นการสัมภา= ;ษณ์เป็นราย$= 10;ุคคล และการสัมภū= 4;ษณ์เป็นกลุ= 656;ม เช่น เทคนิคการสŨ= 9;ทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ซึ่ง= ;นิยมใช้กัน$= 17;าก

3. การรวบรวมขŭ= 7;อมูลจากเอก= 626;าร เช่น หนังสื$= 29; รายงานวิจัũ= 8; วิทยานิพนธŮ= 0; บทความ สิ่งพิมพ์ตŭ= 6;างๆ เป็นต้น

ขั้นต= อนการเก็บรŪ= 3;บรวมข้อมูล

1. กำหนดข้อมูŪ= 1;และตัวชี้ว= 633;ด

2. กำหนดแหล่งŦ= 6;้อมูล

3. เลือกกลุ่มŨ= 5;ัวอย่าง

4. เลือกวิธีกū= 4;รเก็บรวบรว= 617;ข้อมูล

5. นำเครื่องมū= 9;อรวบรวมข้อ= 617;ูลไปทดลองใ&= #3594;้

6. ลงมือเก็บรŪ= 3;บรวมข้อมูล

ประ&#= 3648;ภทของเครื่= องมือรวบรวũ= 7;ข้อมูล

ตัวอย= ่างเช่น แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณŮ= 0; แบบประเมินŦ= 8;่าและมาตรว= 633;ดเจตคติ และแบบวัดอū= 9;่นๆ

ข้อ&#= 3617;ูล   คือ ข้อเท็จ#= 92;ริงของสิ่ง&#= 3607;ี่เราสนใจ ข้อเท็จจริŧ= 1;ที่เป็นตัว= 648;ลข ข้อความ หรือรายละเŪ= 9;ียดซึ่งอาจ= 629;ยู่ในรูปแบ&= #3610;ต่าง ๆ เช่น ภาพ เสียง วีดิโอไม่วŭ= 6;าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุกาũ= 9;ณ์ที่เกี่ย= 623;ข้องกับสิ่&= #3591;ต่าง ๆ  ข้อมูลเป็Ũ= 9;เรื่องเกี่= 618;วกับเหตุกา&= #3619;ณ์ที่เกิดข= ;ึ้นอย่างต่$= 29;เนื่อง  และต้องถูŦ= 5;ต้องแม่นยำ  ครบถ้วน ขึ้นอยู่กัũ= 0;ผู้ดำเนินก= 634;รที่ให้ควา&= #3617;สำคัญของคว= ;ามรวดเร็วข$= 29;งการเก็บข้&#= 3629;มูล ดังนั้นการŬ= 8;ก็บข้อมูลจ= 638;งเป็นการเก&= #3655;บรวบรวมเกี= ;่ยวกับข้อเ$= 07;็จจริงของส&#= 3636;่งที่เราสน= ใจนั่นเอง ข้อมูลจึงหũ= 7;ายถึงตัวแท= 609;ของข้อเท็จ&= #3592;ริง หรือความเปŭ= 5;นไปของสิ่ง= 586;องที่เราสน&= #3651;จ

ข้อ&#= 3617;ูลสถิติ หมายถึงข้อũ= 7;ูลที่เป็นต= 633;วเลขหรือไม&= #3656;เป็นตัวเลข= ;เช่นเดียวก$= 33;บ ข้อมูล แต่ข้อมูลสŨ= 6;ิติจะมีจำน= 623;นมากกว่า และสามารถนū= 5;มาเปรียบเท= 637;ยบกันได้ และจะแสดงขŭ= 7;อเท็จจริงท= 637;่เป็นตัวเล&= #3586;หรือไม่เป็= ;นตัวเลขก็ไ$= 04;้ แบบเดียวกัũ= 0;ข้อมูล แต่ต้องมีจū= 5;นวนมาก เพื่อแสดงลū= 3;กษณะของกลุ= 656;ม

ข้อมู= ล หมายถึงข้อŬ= 8;ท็จจริงเกี= 656;ยวกับสิ่งต&= #3656;างๆ ที่เราสนใจŪ= 4;ึกษา จำแนกได้ดัŧ= 1;นี้

1. ข้อมูลเชิงũ= 1;ริมาณ คือ ข้อมูลที่เũ= 1;็นตัวเลขที= 656;ใช้แสดงปริ&= #3617;าณของสิ่งต= ;่างๆ

2. ข้อมูลเชิงŦ= 8;ุณภาพ คือ ข้อมูลที่ใŧ= 4;้อธิบายลัก= 625;ณะ สมบัติหรือŪ= 6;ถานการณ์ขอ= 591;สิ่งต่างๆ

ประ&#= 3648;ภทของข้อมู= ล

ข้อ&#= 3617;ูลปฐมภูมิ=   คือข้อมูลŨ= 7;ี่เก็บจากแ= 627;ล่งโดยตรง ทำได้โดยกาũ= 9;สัมภาษณ์  การนับ มีวิธีเก็บŭ= 2;ด้ 2 วิธี

1. จากสำมะโน คือการเก็บŦ= 6;้อมูลจากทุ= 585;หน่วยงานด้&= #3623;ยการสัมภาษ= ;ณ์ การนับ ซึ่งไม่ค่อũ= 8;นิยม เพราะใช้เวŪ= 1;าและค่าใช้= 592;่ายสูง เช่น การเก็บสถิŨ= 5;ิผู้ใช้รถโ= 604;ยสารประจำท&= #3634;ง

2. จากการสำรวŧ= 2;กลุ่มตัวอย= 656;างโดยเลือก&= #3605;ัวแทนกลุ่ม= ;ที่เหมาะสม ที่มีลักษณū= 2;ใกล้เคียงก= 633;บที่ต้องกา&= #3619;ศึกษา เช่น สำรวจค$= 23;ามนิยมของว&#= 3633;ยรุ่นเกี่ย= วกับการใช้ŭ= 0;ทรศัพท์มือ= 606;ือ กลุ่มตัวอยŭ= 6;างที่จะศึก= 625;าก็ต้องเป็&= #3609;พวกวัยรุ่น

ข้อ&#= 3617;ูลทุติยภูม= ิ  เป็นข้อมู= ลที่ผู้แต่ŧ= 1;เก็บรวบรวม= 652;ว้แล้ว ซึ่งอาจเก็ũ= 0;ไว้ใช้ในกา= 619;บริหารหน่ว&= #3618;งานนั้นๆ สามารถนำมาŭ= 1;ช้ได้เลย ไม่ต้องเสีũ= 8;ค่าใช้จ่าย แต่ต้องศึกŪ= 5;าว่า ข้อมูลนั้นŬ= 8;ก็บรวบรวมม= 634;เหมาะสมหรื&= #3629;ไม่

ข้อ&#= 3617;ูล   คือ ข้อเท็จ#= 92;ริงของสิ่ง&#= 3607;ี่เราสนใจ ข้อเท็จจริŧ= 1;ที่เป็นตัว= 648;ลข ข้อความ หรือรายละเŪ= 9;ียดซึ่งอาจ= 629;ยู่ในรูปแบ&= #3610;ต่าง ๆ เช่น ภาพ เสียง วีดิโอไม่วŭ= 6;าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือเหตุกาũ= 9;ณ์ที่เกี่ย= 623;ข้องกับสิ่&= #3591;ต่าง ๆ  ข้อมูลเป็Ũ= 9;เรื่องเกี่= 618;วกับเหตุกา&= #3619;ณ์ที่เกิดข= ;ึ้นอย่างต่$= 29;เนื่อง  และต้องถูŦ= 5;ต้องแม่นยำ  ครบถ้วน ขึ้นอยู่กัũ= 0;ผู้ดำเนินก= 634;รที่ให้ควา&= #3617;สำคัญของคว= ;ามรวดเร็วข$= 29;งการเก็บข้&#= 3629;มูล ดังนั้นการŬ= 8;ก็บข้อมูลจ= 638;งเป็นการเก&= #3655;บรวบรวมเกี= ;่ยวกับข้อเ$= 07;็จจริงของส&#= 3636;่งที่เราสน= ใจนั่นเอง ข้อมูลจึงหũ= 7;ายถึงตัวแท= 609;ของข้อเท็จ&= #3592;ริง หรือความเปŭ= 5;นไปของสิ่ง= 586;องที่เราสน&= #3651;จ

ข้อ&#= 3617;ูลสถิติ หมายถึงข้อũ= 7;ูลที่เป็นต= 633;วเลขหรือไม&= #3656;เป็นตัวเลข= ;เช่นเดียวก$= 33;บ ข้อมูล แต่ข้อมูลสŨ= 6;ิติจะมีจำน= 623;นมากกว่า และสามารถนū= 5;มาเปรียบเท= 637;ยบกันได้ และจะแสดงขŭ= 7;อเท็จจริงท= 637;่เป็นตัวเล&= #3586;หรือไม่เป็= ;นตัวเลขก็ไ$= 04;้ แบบเดียวกัũ= 0;ข้อมูล แต่ต้องมีจū= 5;นวนมาก เพื่อแสดงลū= 3;กษณะของกลุ= 656;ม

ข้อมู= ล หมายถึงข้อŬ= 8;ท็จจริงเกี= 656;ยวกับสิ่งต&= #3656;างๆ ที่เราสนใจŪ= 4;ึกษา จำแนกได้ดัŧ= 1;นี้

1. ข้อมูลเชิงũ= 1;ริมาณ คือ ข้อมูลที่เũ= 1;็นตัวเลขที= 656;ใช้แสดงปริ&= #3617;าณของสิ่งต= ;่างๆ

2. ข้อมูลเชิงŦ= 8;ุณภาพ คือ ข้อมูลที่ใŧ= 4;้อธิบายลัก= 625;ณะ สมบัติหรือŪ= 6;ถานการณ์ขอ= 591;สิ่งต่างๆ<= span style=3D'mso-bidi-font-size:11.0pt;line-height:115%;font-family:"Tahoma","s= ans-serif"'>

ประเภ= ทของข้อมูลŪ= 6;ถิติ แบ่งได้ 2 ลักษณะดังนū= 7;้

 ข้อมู= ลเชิงคุณภาũ= 4; (Qualitative data) หมายถึงข= 657;อมูลที่แสด&= #3591;ถึงสถานภาพ คุณลักษณะ หรือคุณสมบū= 3;ติ เช่น เพศ เชื้อชาติ สถานภาพสมรŪ= 6; ศาสนา กลุ่มเลือด เป็นต้น =

ข้อ&#= 3617;ูลเชิงปริม= าณ (Quantitative data) หมายถึงข= 657;อมูลที่อยู&= #3656;ในรูปตัวเล= ;ข (numerical data) ที่แส= ดงถึงปริมาŨ= 3; อาจเป็นค่าŨ= 7;ี่ไม่ต่อเน= 639;่อง (discrete) คือค่า= ;ที่เป็นจำน$= 23;นเต็มหรือจ&#= 3635;นวนนับ เช่น จำนวน รถยนต์ในกรŬ= 0;งเทพมหานคร

คุณ&#= 3626;มบัติของข้= อมูลที่ดี

1. ความถูกต้อŧ= 1;แม่นยำ (Accuracy) ข้อมูลที่ด$= 37;ควรจะมีควา&#= 3617;ถูกต้องแม่= นยำสูง หรือถ้ามีคŪ= 3;ามคลาดเคลื= 656;อน (errors) ปนอยู่&= #3610;้าง ก็ควรที่จะŪ= 6;ามารถควบคุ= 617;ขนาดของควา&= #3617;คลาดเคลื่อ= ;นที่ปนมาให$= 57;มีความคลาด&#= 3648;คลื่อน น้อยที่สุด

2. ความทันเวลū= 4; (Timeliness) เป็นข้อม= 641;ลที่ทันสมั&= #3618; (up to date) และทั$= 09;ต่อความต้อ&#= 3591;การของผู้ใ= ช้ ถ้าผลิตข้อũ= 7;ูลออกมาช้า ก็ไม่มีคุณŦ= 8;่าถึงแม้จะ= 648;ป็นข้อมูลท&= #3637;่ถูกต้องแม= ;่นยำก็ตาม=

3. ความสมบูรณŮ= 0;ครบถ้วน (Completeness) ข้อมูลที= 656;เก็บรวบรวม&= #3617;าต้องเป็นข= ;้อมูลที่ให$= 57;ข้อเท็จจริ&#= 3591; (facts) หรือข่&#= 3634;วสาร (information) ที่คร= 610;ถ้วนทุกด้า&= #3609;ทุกประการ มิใช่ขาดส่Ū= 3;นหนึ่งส่วน= 651;ดไปทำให้

นำไปใ= ช้การไม่ไดŭ= 7;

4. ความกะทัดรū= 3;ด (Conciseness) ข้อมูลที= 656;ได้รับส่วน&= #3651;หญ่จะกระจั= ;ดกระจาย ควรจัดข้อมŬ= 1;ลให้อยู่ใน รูปแบบที่กũ= 9;ะทัดรัดไม่= 648;ยิ่นเย้อ สะดวกต่อกาũ= 9;ใช้และค้นห= 634; ผู้ใช้มีควū= 4;มเข้าใจได้= 607;ันที

5. ความตรงกับŦ= 8;วามต้องการ= 586;องผู้ใช้ (Relevance) ข้อมูลที่จ$= 33;ดทำขึ้นมาค&#= 3623;รเป็นข้อมู= ลที่ผู้ใช้ ข้อมูลต้องŦ= 5;ารใช้ และจำเป็นตŭ= 7;องรู้ / ทราบ หรือเป็นปรū= 2;โยชน์ต่อกา= 619;จัดทำแผน กำหนดนโยบาũ= 8;หรือตัดสิน= 611;ัญหาในเรื่&= #3629;งนั้นๆ ไม่ใช่เป็นŦ= 6;้อมูลที่จั= 604;ทำขึ้นมาอย&= #3656;างมากมาย แต่ไม่มีใคũ= 9;ต้องการใช้= 627;รือไม่ตรงก&= #3633;บความต้องก= ;ารของผู้ใช$= 57;ข้อมูล

6. ความต่อเนืŭ= 6;อง (Continuity) การเก็บร= 623;บรวมข้อมูล ควรอย่างยิŭ= 6;งที่จะต้อง= 604;ำเนินการอย&= #3656;างสม่ำเสมอ= ;และต่อเนื่$= 29;งในลักษณะข&#= 3629;งอนุกรมเวล= า (time-series) เพื่อ= 592;ะได้นำไปใช&= #3657;ประโยชน์ใน= ;ด้านการวิเ#= 88;ราะห์วิจัย&#= 3627;รือหาแนวโน= ้มในอนาคต=

ระบ&#= 3610;ผู้เชี่ยวช= าญ [Expert Systems (ES)] หมายถึง โปรแกรมคอมũ= 4;ิวเตอร์ที่= 649;สดงความสาม&= #3634;รถได้เหมือ= ;นกับผู้เชี$= 56;ยวชาญในสาข&#= 3634;ต่าง ๆ หรือในงานเŧ= 3;พาะอย่าง (ทักษิณา สวน= 634;นนท์.2539:99) หรือหมายถึŧ= 1;ระบบโปรแกร= 617;ใช้งาน (Software systems) ซึ่งũ= 7;ีลักษณะที่= 588;ล้ายคลึงกั&= #3609;ในเรื่องขอ= ;งกระบวนการ$= 51;นการใช้เหต&#= 3640;ผล (Reasoning process) และใ$= 27;้ข้อมูลเกี&#= 3656;ยวกับคำแนะ= นำแกผู้ที่Ũ= 5;้องตัดสินใ= 592; ซึ่งพบในผูŭ= 7;เชี่ยวชาญท= 637;่เป็นมนุษย&= #3660; เช่น ผู้บริหารกŪ= 1;ุ่มธุรกิจม= 637;ความรู้สึก&= #3629;ย่างไร ระหว่างควาũ= 7;เสี่ยงกับอ= 633;ตราการเจริ&= #3597;เติบโตของก= ;ารลงทุนในโ#= 88;รงการต่าง ๆ และถ้าลงทุŨ= 9;แล้วจะได้ผ= 621;ตอบแทนอย่า&= #3591;ไร เป็นต้น และ$= 27;ลังจากที่ไ&#= 3604;้รับคำตอบจ= ากลูกค้าแลŭ= 7;ว ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญก็จะถ= 634;มต่อไปจนกว&= #3656;าจะมีการแน= ;ะนำแฟ้มเอก$= 26;าร หลังจากนั้Ũ= 9;ระบบก็จะดึ= 591;ฐานข้อมูลท&= #3637;่เกี่ยวข้อ= ;งและเป็นปร$= 32;โยชน์สำหรั&#= 3610;ผู้ใช้มาใช= ้ (User) เช่น รายละเอียดŨ= 5;ัวหุ้น ประวัติต่าŧ= 1; ๆ รายงานการ$= 23;ิจัย และการพยากũ= 9;ณ์ทางด้านเ= 624;รษฐกิจ

ควา&#= 3617;ต้องการของ= ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญ

ความต= ้องการของรū= 2;บบผู้เชี่ย= 623;ชาญ (The need for expert systems) ร= ะบบผู้เชี่ũ= 8;วชาญ (Expert system) เป็นร&= #3632;บบโปรแกรมใ= ;ช้งาน (Software systems) ซึ่งũ= 7;ีลักษณะที่= 588;ล้ายคลึงกั&= #3609;ในเรื่องขอ= ;งกระบวนการ$= 51;นการให้เหต&#= 3640;ผล (Reasoning process) และใ$= 27;้ข้อมูลเกี&#= 3656;ยวกับคำแนะ= นำแก่ผู้ทีŭ= 6;ต้องตัดสิน= 651;จ แรงงานที่ไŨ= 4;้จากผู้เชี= 656;ยวชาญเป็นส&= #3636;่งหาได้ยาก= ;และมีราคาส$= 41;ง หลายบริษัทŦ= 6;าดพนักงานท= 637;่มีความรู้&= #3651;นตำแหน่งที= ;่สำคัญหลาย$= 05;ำแหน่ง ความสามารถŦ= 6;องพวกเขาก็= 617;ีข้อจำกัดอ&= #3618;ู่ในระดับห= ;นึ่ง ข้อจำกัดนีŭ= 7;ได้แก่ เรื่องความŪ= 6;ามารถในการ= 611;ระมวลผล และคุณภาพขŪ= 9;งการตัดสิน= 651;จในเรื่องต&= #3656;าง ๆ ที่เกิดขึ$= 57;นเพราะการเ&#= 3611;ลี่ยนแปลงข= องธุรกิจอยŭ= 6;างรวดเร็ว ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญ สามารถช่วยŭ= 1;นเรื่องต่อ= 652;ปนี้

-ช่วยใ= ;นเรื่องกลย$= 40;ทธ์การประม&#= 3641;ลโครงการต่= าง ๆ (Bidding strategies)=

-ช่ว&#= 3618;ให้พนักงาน= สถาบันการเŧ= 1;ินต่าง ๆ สามารถตอบ#= 88;ำถามของลูก&#= 3588;้าที่อยากร= ู้ในเรื่องŨ= 5;่าง ๆ

-ช่วยบ= ;ริษัทในการ$= 05;อบสนองความ&#= 3605;้องการของล= ูกค้า ในเรื่องรูũ= 1;ลักษณ์เฉพา= 632;อย่างของผล&= #3636;ตภัณฑ์ (Specification) ที่= มีการเปลี่ũ= 8;นแปลงอยู่ต= 621;อดเวลาตามค&= #3623;ามต้องการข= ;องลูกค้า

 

ส่= ;วนประกอบขอ#= 91;ระบบผู้เชี&#= 3656;ยวชาญ  (Components of an Expert System)

ส่วนป= ระกอบของระũ= 0;บผู้เชี่ยว= 594;าญ (Components of an Expert System) $= 27;มายถึง ความรู้ด้าŨ= 9;ต่าง ๆ โดยใช้ (1) ใช้กฎเป็นพū= 9;้นฐาน (Rule-based systems) (2) ระบบ= ;ที่มีขอบเข$= 05;เป็นพื้นฐา&#= 3609; (Frame-based systems) (3) การŨ= 7;ำนายเป็นพื= 657;นฐาน (Predicted-base) โดยทั= ่วไปแล้วระũ= 0;บที่ใช้กฎเ= 611;็นพื้นฐานจ&= #3632;เป็นที่นิย= ;มใช้กันเป็$= 09;ส่วนมาก รูปที่ 11.5 แสดงส่วนปรū= 2;กอบสำคัญขอ= 591;ระบบผู้เชี&= #3656;ยวชาญ

ส่ว&#= 3609;ที่หนึ่ง       การพัฒนารū= 2;บบผู้เชี่ย= 623;ชาญ (Expert system development) พัฒนาจาก= 612;ู้เชี่ยวชา&= #3597; (Expert) ซึ่งเป&= #3655;นวิศวกรที่= ;มีความรู้ (Knowledge engineer) แล้ว= 614;ัฒนาเป็นโป&= #3619;แกรมระบบผู= ;้เชี่ยวชาญ (Expert system shell) ซึ่ง&#= 3648;ป็นตัวช่วย= ในการทำงานŬ= 9;ล้วได้มาซึ= 656;งความรู้ (Knowledge acquisition) ซึ่ง= นำไปเก็บไวŭ= 7;เป็นส่วนหน= 638;่งของฐานคว&= #3634;มรู้ (Knowledge base)

ส่ว&#= 3609;ที่สอง       ระบบผู้เชū= 7;่ยวชาญการป= 599;ิบัติการ (Operational expert system) เป็นซอฟต= 660;แวร์ระบบที&= #3656;ทำหน้าที่ค= ;ุมการทำงาน#= 86;องซอฟต์แวร&#= 3660;ทั้งหมด รวมทั้งการũ= 1;ฏิบัติงานข= 629;งโปรแกรมด้&= #3623;ย เมื่อมีปัญŪ= 7;าเกิดขึ้นเ= 588;รื่องคอมพิ&= #3623;เตอร์จะให้= ;คำแนะนำ (Facts of immediate problem) เข้&#= 3634;ไปจากตัวเช= ื่อมผู้ใช้ (User interface) ไปที่= เครื่องช่วũ= 8;อธิบาย (Explanation facility) ไป 2 ทางคือ กลไกอนุมาน (Inference engine) หาจากหน&#= 3656;วยความจำ (Working memory) และเป= ็นฐานความรŬ= 1;้ (Knowledge base)

1. ฐาน= ความรู้ (Knowledge base) เป&#= 3655;นศูนย์กลาง= ของทุกระบบũ= 2;ู้เชี่ยวชา= 597;ที่ใช้กฎเป&= #3655;นพื้นฐานปร= ;ะกอบด้วย ฐานความรู้ ซึ่งประกอบŨ= 4;้วยข้อเท็จ= 592;ริง (Facts)   ในเรื่อ= 591;ที่ผู้เชี่&= #3618;วชาญให้ควา= ;มสนใจและกฎ$= 05;่าง ๆ ที่ระบบผู$= 57;เชี่ยวชาญ ใช้ในการตัŨ= 4;สินใจซึ่งเ= 585;ี่ยวกับข้อ&= #3648;ท็จจริงดัง= ;กล่าว หรือหมายถึŧ= 1; ธนาคารข้อมŬ= 1;ลหรือคลังข= 657;อมูล โดยพื้นฐานŬ= 9;ล้วจะประกอ= 610;ด้วย ข้อเท็จจริŧ= 1; และกฎต่าง ๆ

ระบบผ= ู้เชี่ยวชาŧ= 7;ประกอบด้วย= 626;ามส่วนคือ ตัวประสานกū= 3;บผู้ใช้ (User interface) ฐาน= ;ความรู้ (Knowledge based) และส่= ;วนอนุมาน โดยส่วนอนุũ= 7;านจะเป็นส่= 623;นที่ทำหน้า&= #3607;ี่คำนวณหาผ= ;ลลัพธ์จากข$= 57;อเท็จจริงแ&#= 3621;ะข้อสนเทศท= ี่ได้เก็บเŪ= 9;าไว้แล้วโด= 618;ผู้ใช้ จะเป็นผู้จū= 3;ดหาข้อสนเท= 624;นั้นให้อีก&= #3594;ั้นหนึ่ง (ทักษิณา สวนานนท์.2539:151)

2. ข้อเท็จจริŧ= 1; (Facts) เช่น ชื่อลูกค้า เลขประจำตัŪ= 3;ของลูกค้า รวมถึงยอดคŭ= 7;างชำระ ข้อจำกัดขอŧ= 1;วงเงินสินเ= 594;ื่อ และยอดชำระŭ= 1;นการซื้อสิ= 609;ค้า เป็นต้น<= /p>

สิ่งท= ี่พบในเรื่Ū= 9;งฐานความรู= 657; คือ มีการใช$= 57;ขอบเขต (Domain) หลาย= ขอบเขตพร้อũ= 7; ๆ กัน นั่นคือมีกū= 4;รใช้ฐานควา= 617;รู้มากกว่า 1 เรื่อง เช่น พนักงานที่Ŭ= 8;กี่ยวข้องก= 633;บธุรกิจการ&= #3648;งิน มีความต้องŦ= 5;ารระบบผู้เ= 594;ี่ยวชาญที่&= #3617;ีทั้งด้านก= ;ารวางแผนเร$= 39;่องภาษีกับ&#= 3604;้านการเงิน= พร้อม ๆ กัน ดังนั้= 609;ระบบดังกล่&= #3634;วจึงต้องมี= ;การสร้างชุ$= 04;ของกฎเกณฑ์&#= 3605;่าง ๆ เพื่อเชื่อũ= 7;ฐานความรู้= 605;่าง ๆ เข้าด้วยกัŨ= 9; ตลอดจนเรื่Ū= 9;งการแก้ไขป= 633;ญหาความขัด&= #3649;ย้งที่อาจจ= ;ะเกิดขึ้น=

3. กลไ= ;กอนุมาน (Inference engine) หมายถึง ระบบของโปรŬ= 9;กรมที่ใช้ใ= 609;การสร้างระ&= #3610;บผู้เชี่ยว= ;ชาญโดยเนื้$= 29;หาแล้ว กลไกอนุมานŧ= 2;ะประยุกต์ใ= 594;้ข้อเท็จจร&= #3636;งและกฎต่าง ๆ ในฐานความรŬ= 1;้ กับข้อมูลทū= 7;่เกี่ยวกับ= 611;ัญหาที่ได้&= #3617;าจากผู้ใช้ การทำงานขอŧ= 1;กลไกอนุมาน= 629;าจมีลักษณะ&= #3648;ป็นการวินิ= ;จฉัยแบบไปข$= 57;างหน้า (Forward-chaining mechanism) ห&= #3619;ือการวินิจ= ;ฉัยแบบย้อน$= 27;ลัง (Backward-chaining mechanism) ก็ไ&= #3604;้

3.1การว$= 36;นิจฉัยแบบไ&#= 3611;ข้างหน้า (Forward-chaining mechanism) เ&= #3611;็นการวินิจ= ;ฉัยฐานความ$= 19;ู้และปัญหา&#= 3607;ี่เป็นแบบเ= ฉพาะหน้า โดยกลไกจะพũ= 8;ายามหาคำตอ= 610;ของมันเอง เช่น ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญด้านก= 634;รแพทย์ (Medical expert system) จะถู= กใช้ในการวū= 6;นิจฉัยอากา= 619;ของผู้ป่วย หลังจากนั้Ũ= 9;จึงค่อยระบ= 640;ว่าเป็นโรค&= #3629;ะไร จากอาการทีŭ= 6;เป็นอยู่ (เป็นกลไกกา$= 19;วินิจฉัยที&#= 3656;ควบคุม โดยการเปลีŭ= 6;ยนแปลงของข= 657;อมูลแทนที่&= #3592;ะเป็นการเป= ;ลี่ยนแปลงเ$= 11;้าหมาย)

3.2การว$= 36;นิจฉัยแบบย&#= 3657;อนกลับ (Backward-chaining mechanism) เ= ป็นการเริ่ũ= 7;ต้นที่เป้า= 627;มายซึ่งสมม&= #3605;ิขึ้น จากนั้นจึงŪ= 3;ินิจฉัยข้อ= 648;ท็จจริงและ&= #3585;ฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในฐานข้อมูŪ= 1; จากตัวอย่าŧ= 1;ข้างต้น ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญอาจถู= 585;กำหนดเป้าห&= #3617;ายในการค้น= ;หา โรค การวินิจฉัũ= 0;แบบย้อนกลั= 610;จะเพิ่มจาก&= #3585;ารตั้งสมมต= ;ิฐานว่าเป็$= 09;โรคอะไร จากนั้นจะพũ= 8;ายามตั้งคำ= 606;ามที่จำเป็&= #3609;เพื่อยืนยั= ;น หรือพิสูจนŮ= 0;ว่าเป็นโรค= 604;ังกล่าว

4. ระบ= บย่อยในการŧ= 2;ัดหาความรู= 657; (Knowledge acquisition subsystem) เป็นโปรแกร$= 17; (Software) ของระบ= ;บผู้เชี่ยว#= 94;าญ (ES) ซึ่งสาũ= 7;ารถช่วยในก= 634;รทำงานของว&= #3636;ศวกรที่มีค= ;วามรู้ (Knowledge engineer) ผู้ซ= 638;่งมีหน้าที&= #3656;ในการแสวงห= ;าความรู้ และสร้างระũ= 0;บผู้เชี่ยว= 594;าญ วิศวกรจะทำŧ= 1;านร่วมกับร= 632;บบย่อยในกา&= #3619;จัดหาความร= ;ู้ การออกแบบกū= 4;รตัดสินใจเ= 594;ิงตรรกะ การสร้างปรū= 2;สบการณ์ กฎเกณฑ์ในกū= 4;รปฏิบัติ (Heuristics) และปร$= 33;บฐานข้อมูล&#= 3651;ห้ทันเวลา (Update)

5. ตัว= เชื่อมประสū= 4;นกับผู้ใช้ (User interface) หม&#= 3634;ยถึง เครื่องหมาũ= 8;หรือสัญลัก= 625;ณ์บนจอภาพเ&= #3614;ื่อบอกถึงค= ;วามพร้อมที$= 56;จะรับคำสั่&#= 3591;หรือข้อมูล= ของผู้ใช้ ข้อมูลที่ถŬ= 1;กป้อนเข้าไ= 611;จะถูกวินิจ&= #3593;ัยโดยกลไกอ= ;นุมาน และถูกนำไปŬ= 8;ปรียบเทียบ= 585;ับข้อเท็จจ&= #3619;ิง กฎเกณฑ์ และความสัมũ= 4;ันธ์ต่าง ๆ ในฐานข้อมูŪ= 1; ข้อมูลที่ไŨ= 4;้ในแต่ละขั= 657;นตอนนั้นจะ&= #3606;ูกป้อนต่อไ= ;ปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง$= 52;ด้ข้อสรุปอ&#= 3629;กมา

ส่วนป= ระกอบของตัŪ= 3;เชื่อมประส= 634;นนี้อาจถูก&= #3609;ำมาออกแบบ สร้าง และปรับระบũ= 0;ผู้เชี่ยวช= 634;ญให้ทันเวล&= #3634; ส่วนที่แสดŧ= 1;โดยทั่วไปข= 629;งตัวเชื่อม&= #3611;ระสานจะมีล= ;ักษณะที่เป$= 55;นรายการเลื&#= 3629;กหรือเมนู (Menus) หรือ&= #3605;้นแบบต่าง ๆ (Templates) ซึ่ง$= 48;ราสามารถสร&#= 3657;างตัวเชื่อ= มประสานเองŭ= 0;ดยใช้ MIS ด้วยการ= ;นำเอาต้นแบ$= 10;ที่ใช้อยู่&#= 3617;าดัดแปลง

6. เครื่องช่วũ= 8;ในการอธิบา= 618; (Explanation facility) เป็นส่วน= 586;องโปรแกรมข&= #3629;งระบบผู้เช= ;ี่ยวชาญ ซึ่งจะให้คū= 5;อธิบาย หรือข้อมูลŬ= 8;กี่ยวกับกา= 619;หาข้อสรุปอ&= #3629;กมาให้ได้ว= ;่าระบบจะมี#= 86;ั้นตอนในกา&#= 3619;วินิจฉัยเป= ็นอย่างไร เพราะหลังจū= 4;กที่ผู้ใช้= 652;ด้ข้อสรุปห&= #3619;ือข้อแนะนำ= ;จากระบบผู้$= 48;ชี่ยวชาญแล&#= 3657;ว ผู้ใช้ก็ต้Ū= 9;งการทราบเก= 637;่ยวกับการใ&= #3594;้เหตุผลที่= ;ได้มาจากข้$= 29;สรุปดังกล่&#= 3634;ว ถ้าระบบผู้Ŭ= 8;ชี่ยวชาญ (ES) ไม่สามū= 4;รถสรุปให้ช= 633;ดเจนได้ อย่างน้อยทū= 7;่สุดข้อมูล= 607;ี่ระบบผู้เ&= #3594;ี่ยวชาญ (ES) ให้ออกũ= 7;าผู้ใช้ยัง= 626;ามารถนำไปพ&= #3636;จารณาต่อไป= ;ได้

 

กา= ;รนำระบบผู้$= 48;ชี่ยวชาญไป&#= 3651;ช้งาน

การนำ= ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญไปใช้= 591;าน (Putting Expert Systems to work) $= 26;ามารถนำไปใ&#= 3594;้ในด้านต่า= ง ๆ ต่อไปนี้=

1. ด้านการผลิŨ= 5; (Production) ระบบผู้เ= 594;ี่ยวชาญ (ES) สามารถŨ= 9;ำไปใช้ในกา= 619;วิเคราะห์ก&= #3634;รกำหนดตารา= ;งการผลิต และการกำหนŨ= 4;ตารางการใช= 657;ทรัพยากรให&= #3657;เหมาะสมที่= ;สุด ตลอดจนการกū= 5;หนดโอกาสใน= 585;ารนำเอากาก&= #3623;ัสดุไปผลิต= ;อีกครั้ง=

2. การ= ;ตรวจสอบ (Inspection) ผู้ผลิตส= 634;มารถใช้ระบ&= #3610;ผู้เชี่ยวช= ;าญ (ES) ที่เป็Ũ= 9;ระบบจับภาพ ซึ่งจะสามาũ= 9;ถฉายภาพควา= 617;เสียหายของ&= #3623;ัตถุด้วยกา= ;รใช้ลำแสง เพื่อป้องกū= 3;นในการแพร่= 585;ระจายความเ&= #3626;ียหายไปที่= ;ต่าง ๆ นอกจากนี้$= 19;ะบบนี้ยังส&#= 3634;มารถช่วยทำ= รายงานด้านŦ= 5;ารรับประกั= 609;คุณภาพ ที่เกี่ยวกū= 3;บชิ้นส่วนข= 629;งวัตถุในเร&= #3639;่องความชำร= ;ุดเสียหาย และวิธีการŭ= 1;นการแก้ไขด= 657;วย

3. การประกอบชū= 6;้นส่วน (Assembly) ระบบผู้เชี$= 56;ยวชาญ XCON สามารถŧ= 4;่วยผู้ผลิต= 651;นการสร้างโ&= #3588;รงร่างคำสั= ;่งซื้อของล$= 41;กค้าไปเป็น&#= 3649;ผนผังภาพ ซึ่งจะแสดงŭ= 1;ห้เห็นส่วน= 611;ระกอบที่จำ&= #3648;ป็นในการผล= ;ิตตามคำสั่#= 91;ซื้อของลูก&#= 3588;้า และยังแสดงŭ= 1;ห้เห็นถึงค= 623;ามสัมพันธ์&= #3619;ะหว่างชิ้น= ;ส่วนต่าง ๆ

4. ด้า= ;นบริการ (Field service) ระบบผู้เ= 594;ี่ยวชาญ (ES) เป็นปรū= 2;โยชน์อย่าง= 617;ากต่อผู้จั&= #3604;การด้านการ= ;บริการและพ$= 09;ักงานซ่อมแ&#= 3595;มทั่วไป (ช่าง) ระบบผู&#= 3657;เชี่ยวชาญ (ES) ช่วยใหŭ= 7;ช่างเข้าใจ= 606;ึงลำดับขั้&= #3609;ตอนในการวิ= ;เคราะห์ เช่น เครื่องจักũ= 9;กำลังเดินเ= 588;รื่องหรือไ&= #3617;่ ความเสียหาũ= 8;เกิดขึ้นกั= 610;ระบบอิเล็ก&= #3607;รอนิกส์หรื= ;อเกิดกับส่$= 23;นใด ซึ่งเป็นกาũ= 9;ช่วยในการว= 636;เคราะห์ตาม&= #3621;ำดับขั้นตอ= ;นอย่างรวดเ$= 19;็ว ทำให้ประหยū= 3;ดเวลาในการ= 607;ำงาน

5. การ= ตรวจสอบบัญŧ= 4;ี (Auditing) ระบบผู= ;้เชี่ยวชาญ (ES) ช่ว&#= 3618;ผู้ตรวจสอบ= บัญชีในเรืŭ= 6;องกระบวนกา= 619;ตรวจสอบบัญ&= #3594;ีเพื่อความ= ;ถูกต้อง เช่น สำหรับ$= 10;ัญชีลูกหนี&#= 3657; (Account receivable) จะมี= 585;ารป้อนข้อม&= #3641;ลลูกหนี้เข= ;้าไปในระบบ$= 12;ู้เชี่ยวชา&#= 3597; สิ่งที่ได้ŧ= 2;ากระบบคือก= 634;รเสนอแนะกร&= #3632;บวนการในกา= ;รตรวจสอบนั$= 56;นเอง

6. ด้านบุคคล (Personnel) ระบบผู้เ= 594;ี่ยวชาญ (ES) ช่วยแผŨ= 9;กบุคคลในกา= 619;เตือนผู้ใช&= #3657;ในเรื่องที= ;่สำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวกū= 3;บนโยบายของ= 610;ริษัท และยังช่วยŭ= 1;นการสร้างค= 641;่มือให้แก่&= #3614;นักงาน

7. ด้านการตลาŨ= 4;และการขาย (Marketing and sales) ระบบผู้เ= 594;ี่ยวชาญ (ES) สามารถŨ= 7;ำงาน 6 งานพร้อมกัŨ= 9;ภายในไม่กี= 656;วินาที ในขณะที่พนū= 3;กงาน 1 คน ใช้เวลา 20-30 นาทีในการทū= 5;งาน 1 งาน

สรุ&#= 3611;

ระบบฐ= านความรู้เũ= 1;็นข้อมูลที= 656;เก็บรวบรวม&= #3652;ว้ในการแก้= ;ปัญหา ส่วนปัญญาปũ= 9;ะดิษฐ์ หมายถึง การทำให้คอũ= 7;พิวเตอร์สา= 617;ารถคิดหาเห&= #3605;ุผล เรียนรู้ไดŭ= 7; และทำงานไดŭ= 7;เหมือนสมอง= 617;นุษย์ การประยุกตŮ= 0;ใช้งานของป= 633;ญญาประดิษฐ&= #3660;จะเกี่ยวข้= ;อกับ (1) ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญ (2) ภาษาธรรมชาŨ= 5;ิ (3) ระบบจับภาพ = (4) ศาสตร์ด้านŪ= 7;ุ่นยนต์ (5) เครือข่ายเ&= #3626;้นประสาท

ส่วนป= ระกอบของระũ= 0;บผู้เชี่ยว= 594;าญ หมายถึง ควา$= 17;รู้ด้านต่า&#= 3591; ๆ โดยใช้ (1) กฎเป็นพื้นŨ= 0;าน (2) ระบบที่มีขŪ= 9;บเขตเป็นพื= 657;นฐาน (3) การทำนายเป&= #3655;นพื้นฐาน (4) ระบบย่อยในŦ= 5;ารจัดหาควา= 617;รู้ (5) ตัวเชื่อมปũ= 9;ะสานกับผู้= 651;ช้ (6) เครือข่ายใ&= #3609;การอธิบาย<= /o:p>

การ&#= 3614;ัฒนาระบบผู= ้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยŦ= 5;ระบวนการดั= 591;นี้ (1) การพิจารณา&= #3588;วามต้องการ= ;ของระบบผู้$= 48;ชี่ยวชาญ (2) การได้มาซึ&= #3656;งความรู้จา= ;กผู้เชี่ยว#= 94;าญ (3) การพัฒนาต้Ũ= 9;แบบระบบผู้= 648;ชี่ยวชาญ (4) การทดสอบ/คว$= 34;มละเอียดปร&#= 3632;ณีตของต้นแ= บบระบบ (5) การทำงานขอŧ= 1;ระบบผู้เชี= 656;ยวชาญเป็นท&= #3637;่พอใจหรือไ= ;ม่

การ&#= 3609;ำระบบผู้เช= ี่ยวชาญไปใŧ= 4;้งาน (1) ด้านการผลิŨ= 5; (2) การสนการตรŪ= 3;จสอบ (3) การประกอบช&= #3636;้นส่วน (4) ด้านบริการ = (5) การตรวจสอบũ= 0;ัญชี (6) ด้านบุคคล (7) ด้านการตลาŨ= 4;และการขาย

Picture 03

 

 

Structure Project Stage1<= /o:p>

Stage 1.Input Data กระบวนการน= ;ำเข้าข้อมู$= 21;

การออ= กแบบการกรอŦ= 5;ข้อมูลใน Form จะมี= 588;วามละเอียด&= #3627;รือความต้อ= ;งการข้อมูล$= 17;ากน้อยแค่ไ&#= 3627;นขึ้นอยู่ก= ับ

1. ระด= ับของธุรกิŧ= 2;กลุ่มเป้าห= 617;าย Start Up Growth Turn Around

2. ขนา= ดของธุรกิจŦ= 5;ลุ่มเป้าหม= 634;ย ร้านค้า ธุร#= 85;ิจขนาดเล็ก (คนต่ำกว่า 50<= span lang=3DTH> เงินลงทุนตŭ= 6;ำหว่า 50 ล้าน) ธุรกิจขนาดŦ= 5;ลาง

3. ประ= เภทธุรกิจขŪ= 9;งกลุ่มเป้า= 627;มาย และการออกแũ= 0;บ Form ในคำถาũ= 7;ต่างๆจะต้อ= 591;สอดคล้องสั&= #3617;พันธ์กันขอ= ;งการให้ข้อ$= 17;ูลใน (Form  Input Data 3) กับปัญห&#= 3634;ที่ User ต้องกาũ= 9;คำตอบของกา= 619;ตั้งคำถามใ&= #3609; (Form  Input Data 4)

 

Company User

1.Registration  (Form  Input Data 1)

1.1 Name and Adress

1.2 กลุ่มประเภŨ= 7;ธุรกิจ (ผลิต/บริการ)

     ประเภท A : เกษ&#= 3605;รกรรม การล่าสัตวŮ= 0; และการป่าไũ= 7;้ (ธุรกิจผลิต$= 26;ินค้า Manufacturing Businesses) <= /p>

     ประเภท B : การ&#= 3611;ระมง (ธุรกิจผลิต$= 26;ินค้า Manufacturing Businesses)

     ประเภท C : การ&#= 3607;ำเหมืองแร่= และเหมืองหū= 6;น (ธุรกิจผลิต$= 26;ินค้า Manufacturing Businesses)

     ประเภท D : การ&#= 3612;ลิต (ธุรกิจผล&#= 3636;ตสินค้า Manufacturing Businesses)

     ประเ&= #3616;ท E : การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปū= 4; (ธุรกิจผลิต&= #3626;ินค้า Manufacturing Businesses))<= /p>

    ประเภท F : การ&#= 3585;่อสร้าง (ธุรกิจผลิต$= 26;ินค้า Manufacturing Businesses)    

    ประ&= #3648;ภท G : การขายส่= 591; การขายปลีก การซ่อมแซมũ= 8;านยนต์ รถจักรยานยŨ= 9;ต์ ของใช้ส่วนũ= 0;ุคคลและของ= 651;ช้ในครัวเร&= #3639;อน (ธุรกิจซื้อ#= 86;ายสินค้า Merchandising Businesses/ธุรก= ;ิจให้บริกา$= 19; (Service Business)

     ประเภท I : การ&#= 3586;นส่ง สถานที่เก็ũ= 0;สินค้า และการคมนาŦ= 8;ม (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภท H : โรง&#= 3649;รมและภัตตา= คาร (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภ= ท J : การ= เป็นตัวกลาŧ= 1;ทางการเงิน (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภท K : กิจ&#= 3585;รรมด้านอสั= งหาริมทรัพũ= 8;์ การให้เช่าŬ= 9;ละกิจกรรมท= 634;งธุรกิจ (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภท L : การ&#= 3610;ริหารราชกา= รและการป้อŧ= 1;กันประเทศ รวมทั้งการũ= 1;ระกันสังคม= 616;าคบังคับ (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภท M : การ&#= 3624;ึกษา (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภ= ท N : งาน= ด้านสุขภาพŬ= 9;ละงานสังคม= 626;งเคราะห์ (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภท O : กิจ&#= 3585;รรมด้านการ= บริการชุมชŨ= 9; สังคม และกา$= 19;บริการส่วน&#= 3610;ุคคลอื่น ๆ (ธุรกิจให้= 610;ริการ Service Business )

     ประเภท P : ลูก&#= 3592;้างในครัวเ= รือนส่วนบุŦ= 8;คล (ธุรกิจให้บ$= 19;ิการ Service Business )

     ประเภ= ท Q : องค์การร= 632;หว่างประเท&= #3624;และองค์การ= ;ต่างประเทศ$= 29;ื่น ๆ และสมาชิก (&#= 3608;ุรกิจให้บร= ิการ Service Business )

 

        =                     =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;          =

2. Company Profile Ŧ= 6;้อมูลพื้นฐ= 634;นที่เกียวก&= #3633;บบริษัท ร้านค้า (Form  Input Data 2) 

2.1 ประวัติควาũ= 7;เป็นมา

2.2 เป้าหมายขอŧ= 1;บริษัท

2.3 ทุนจดทะเบีũ= 8;น  

2.4 จำนวนพนักงū= 4;น

2.5 สินทรัพย์ หนี้สิน ทรัพย์สิน        =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =           =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             

2.6 จุดเด่นหรืŪ= 9; ความสามารถŪ= 7;ลัก

2.7 ผลประกอบกาũ= 9;ปีล่าสุด (ขาดทุน/กำไร) <= /span>

2.8 ระด= ;ับของธุรกิ#= 92; Start Up Growth

 

 

3. การ= กรอกข้อมูลŪ= 9;งค์กรที่ใช= 657; Model Value Chain (Form  Input Data 3)

 

Picture 04

 

หมายเ= หตุ : การจัดทำ Form เพื่อให้ Company User กรอกข้อŦ= 8;วามใน (Form  Input Data 3)

    1. หัวข้อราย&#= 3621;ะเอียดที่เ= ห็นเป็นเพีũ= 8;งกรอบที่ว่= 634;ด้วยเรื่อง&= #3629;ะไร  รายละเอียŨ= 4;มีน้อยยังต= 657;องขยายความ&= #3592;ัดหาประเด็= ;นที่สำคัญ

    2. = 585;ารทำ Form เป็นคำŨ= 6;ามที่ User ต้องใหŭ= 7;ข้อมูลตาม3.1= -3.9 นั้นจะต้องũ= 7;ีประเด็น เนื้อหาไปผŬ= 1;กโยงกับ Framework แรก&= #3607;ี่หนึ่งได้= ;จัดทำไว้  สามารถนำขŭ= 7;อมูลไปประม= 623;ลเข้าในหัว&= #3586;้อ ดังนี้ : (Tool Model)=         =             &nb= sp;    

    2.1 Internal Data And External Data&nbs= p; 

    2.2 SWOT

    2.3 Business Model (หลักสำคัญ)

 

3.1 Inbound Logistics หมายถึง การไหลเข้าŦ= 6;องข้อมูล วัตถุดิบ สิ$= 09;ค้า รวมถึงสินคŭ= 7;าคืนด้วย ดังนั้นกิจŦ= 5;รรมที่เกี่= 618;วข้องจึงเป&= #3655;น                =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;    

กิจกร= รมที่เกี่ยŪ= 3;กับการเคลื= 656;อนย้ายเข้า&= #3617;า และ การพักไว้ ต่อเมื่อมีŦ= 5;ารกระจายหร= 639;อขนส่งออกไ&= #3611;จึงเป็น Outbound Logistics        =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =                  =             &nb= sp;

กิจกร= รมที่เกี่ยŪ= 3;ข้องมีดังน= 637;้ (Form  Input Data 3.1)

     1 การพยากรณ์ เช่น ต้องนำเข้าŪ= 3;ัตถุดิบเท่= 634;ไร จึงจะเพียงũ= 4;อต่อการผลิ= 605;

     2 การจัดซื้อ

    3 การจัดการวū= 3;ตถุดิบ ข้อมูล ขาเข้า เช่น การจัดเรียŧ= 1; การตรวจนับ ก่อนส่งเข้ū= 4;โรงงาน

    4 การขนส่งเขŭ= 7;า

    5 การจัดการคŪ= 1;ังสินค้าแล= 632;สินค้าคงคล&= #3633;ง

 

3.2 Operations Management คืออะไร กลุ่มกิจกรũ= 9;มที่เกี่ยว= 586;้องกับการส&= #3619;้าง (ผลิต) สินค้าและบũ= 9;ิการโดยผ่า= 609;ทางการโอนถ&= #3656;ายระหว่าง Inputs และ Outputs กิจกรรมสร$= 57;างสินค้านั&#= 3657;นจะมีในทุก= องค์กร และผลผลิต จะเห็นได้ชū= 3;ดในบริษัทผ= 621;ิตสินค้า เพราะจะเห็Ũ= 9;การผลิตสิน= 588;้าที่มองเห&= #3655;นได้ เช่น TV , รถยนต์เป็&#= 3609;ต้น

(Form  Input Data 3.2) =

    1. Quality Manageme= nt การจัด= 585;ารด้านคุณภ&= #3634;พ : เช่น ใครจะรับผิŨ= 4;ชอบด้านคุณ= 616;าพ ? เราจะกำ&= #3627;นดคุณภาพขอ= ;งสินค้าและ$= 10;ริการอย่าง&#= 3652;ร?

    2. Service and prod= uct Design ออกแ= บบสินค้าแลū= 2;บริการ : เช่น จะนำเสนอสิŨ= 9;ค้าหรือบริ= 585;ารอะไร และจะออกแบũ= 0;อย่างไร

    3. Process and Capa= city Design ออกแ= บบกระบวนกาũ= 9;และความสาม= 634;รถในการผลิ&= #3605; : เช่น จะใช้กระบวŨ= 9;การผลิตแบบ= 652;หนกับ Order ไหน? = จะใช้เครื่Ū= 9;งมือเครื่อ= 591;จักรตัวใด ?

    4. Location เลือกส= 606;านที่ : เช่น เราจะตั้งหŨ= 9;่วยผลิตที่= 652;หน ?

    5. Layout Design การจัด= 623;างแผนผังโร&= #3591;งาน : เช่น เราจะจัดวาŧ= 1;เครื่องมือ= 648;ครื่องจักร&= #3605;รงไหน แล้วจะต้องŭ= 1;ช้โรงงานขน= 634;ดใดเพื่อที&= #3656;จะสามารถรอ= ;งรับการผลิ$= 05;และความต้อ&#= 3591;การได้ ?

    6. Human Resources = and Job Design การ= 592;ัดการเรื่อ&= #3591;ทรัพยากรมน= ;ุษย์และการ#= 92;ัดสรรงาน : เช่น จะจัดคนให้Ŭ= 8;ข้ากับงานอ= 618;่างไร ?, ต้องใช้= พนักงานเท่ū= 4;ไร?

    7. Supply-Chain Management การ= 592;ัดการเรื่อ&= #3591;การสนับสนุ= ;นวัตถุดิบ : เช่น เราจะซื้อหũ= 9;ือผลิตส่วน= 611;ระกอบนี้เอ&= #3591;?

    8. Inventory , material requirements planning and JIT ก= ารวางแผนเรū= 9;่องวัตถุดิ= 610;คงเหลือ ,จำนวนวั&#= 3605;ถุดิบที่ต้= องการใช้ในŬ= 9;ต่ละครั้ง และการวางแũ= 2;นเรื่องการ= 626;่งของแบบตร&= #3591;เวลา (JIT) การจัด#= 85;ารสินค้าคง&#= 3588;ลัง

    9. Intermediate, short-term and Project scheduling การ= วางแผนในระũ= 8;ะสั้น และระยะยาว

 &= nbsp; 10. Maintenance การซ&= #3656;อมบำรุง หมายเหตุ= ; : การบริหารสū= 6;นค้าคงคลัง= 648;ป็นปัญหาสำ&= #3588;ัญต้องเน้น= ;ให้ความสำค$= 33;ญ Inventory management

 

3.3 = โลจิสติกส์Ŧ= 6;าออก(Outbound Logistics) เมื&#= 3656;อกระบวนการ= แปรรูปดำเนū= 6;นการเสร็จส= 636;้นก็จะมีกา&= #3619;ส่งมอบหรือ= ;การกระจายส$= 36;นค้าไปสู่ต&#= 3633;วแทนจำหน่า= ย ดังเช่น ผู้ค้าส่ง ผ$= 41;้ค้าปลีก ซึ่งการกระŧ= 2;ายสินค้าปร= 632;กอบด้วยสอง&= #3648;ส้นทางหลัก= ;คือจากโรงง$= 34;นถึงคลังเก&#= 3655;บสินค้าหรื= อศูนย์        =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;        

กระจา= ยสินค้า(Distribution Center)และห$= 21;ังจากนั้นจ&#= 3632;ส่งต่อไปยั= งผู้จัดจำหŨ= 9;่าย แต่สิ่งที่Ŭ= 9;ตกต่างระหว= 656;างโลจิสติก&= #3626;์ขาเข้าและ= ;ขาออก (Form  Input Data 3.3) =

    1. = 619;ะบบการจัดเ&= #3585;็บรวบรวม การรับสินคŭ= 7;า (Receive) การเคล= ื่อนย้ายเพū= 9;่อจัดเก็บ (Storage) การค้น= หาและเลือกŪ= 7;ยบสินค้า (Sorting and Picking) การจ&#= 3656;ายสินค้าออ= ก (Dispatch) การจัด= ;ส่งสินค้า (Delivery)

    2. = 619;ะบบการจัดจ&= #3635;หน่ายสินค้= ;า

    3. = 619;ะบบการบริก&= #3634;รไปยังลูกค= ;้า

    4. = 619;ะบบการขนส่&= #3591; (Transportation) ยานพา= หนะส่วนตัว (Private Carrier) ยานพา= ;หนะสาธารณะ (Common Carrier) ยานพา= หนะที่ทำสัŧ= 7;ญา (Contract Carrier)

 &n= bsp;        การขนส่งท&#= 3637;่เกี่ยวกับ= ประเภท

 &n= bsp;        รถไฟ (Railroad) &#= 3611;ระหยัด จำนวนมาก หนัก

 &n= bsp;        รถบรรทุก (= Truck) สะดวกถึง= 592;ุดหมายไม่ต&= #3657;องมีการขนถ= ;่าย ความเร็ว ควบคุมเวลาŭ= 2;ด้

 &n= bsp;        การขนส่งท&#= 3634;งน้ำ (Water Transporttation) ค่าใ= ช้จ่ายต่ำสŬ= 0;ด

 &n= bsp;        การขนส่งท&#= 3634;งอากาศ (Air Frght) รวดเรŭ= 5;วที่สุด ราคาแพงที่Ū= 6;ุด

 &n= bsp;        การขนส่งท&#= 3634;งท่อ (Pipeline) สินค้า= ;เฉพาะอย่าง ก๊าซ น้ำมัน

 

3.4 = การตลาดและŦ= 5;ารขาย(Marketing and Sales) โดย&#= 3651;ห้ความสำคั= ญกับการจำแŨ= 9;กความต้องก= 634;รลูกค้าเพื&= #3656;อใช้เป็นข้= ;อมูลวางแผน$= 26;่วนประสมผล&#= 3636;ตภัณฑ์(Product Mix) ตลอดจนกū= 4;รประชาสัมพ= 633;นธ์และการใ&= #3627;้ข้อมูลเกี= ;่ยวกับสินค$= 57;าให้กับลูก&#= 3588;้า(Form  Input Data 3.4) =

    1. = 626;ินค้า/ บริการ ที่เกี่ยวกū= 3;บคณค่า ความพอใจขอŧ= 1;ลูกค้า (ประเมิน)

    2. = 650;ปรแกรมทางก&= #3634;รตลาด (Marketing Program) เครื$= 56;องมือทางกา&#= 3619;ตลาด ส่วนประสมกū= 4;รตลาอ (Marketing mix) 4Ps 4Cs

    3. = 585;ารวางแผนด้&= #3634;นการตลาด การวางแผนใŨ= 9;ระดับบริษั= 607; การวางแผนใŨ= 9;ระดับธุรกิ= 592; การวางแผนใŨ= 9;ระดับผลิตภ= 633;ณฑ์

    4. = 585;ารวิเคราะห&= #3660;ตลาดธุรกิจ และพฤติกรรũ= 7;การซื้อ

    5. = 588;ู่แข่งและก&= #3634;รแข่งขันทา= ;งการตลาด=

    6. = 585;ารจัดการโฆ&= #3625;ณา การส่งเสริũ= 7;การขาย การประชาสัũ= 7;พันธ์

    7. = 619;ะบบช่องทาง&= #3585;ารจัดจำหน่= ;ายสินค้า=

 

3.5 การให้บริกū= 4;ร (Service) ได$= 57;แก่กิจกรรม&#= 3607;ี่ครอบคลุม= ถึงการให้บũ= 9;ิการเพื่อเ= 614;ิ่มคุณค่าห&= #3619;ือบำรุงรัก= ;ษาสินค้า รวมทั้งบริŦ= 5;ารหลังการข= 634;ย เช่น การติด$= 05;ั้ง การซ่อมแซม การฝึกอบรม เป็นต้น(Form  Input Data 3.5)<= /p>

    1. = 619;ะบบการบริก&= #3634;รหลังการขา= ;ย

    2. = 619;ะบบการแนะน&= #3635;การใช้

    3. = 619;ะบบการบำรุ&= #3591;รักษา

 

3.6 โครงสร้างพū= 9;้นฐานกิจกา= 619; (Firm infrastructure) เ= ;ป็นกิจกรรม$= 07;ี่เกี่ยวข้&#= 3629;งกับการบริ= หาร      

งานทั= ่วไปในองค์Ŧ= 5;ร โครงสร้างขŪ= 9;งองค์กร การวางแผน การจัดทำระũ= 0;บงานต่างๆ เช่น ระบบ

การคว= บคุมคุณภาพ ระบบบัญชีกū= 4;รเงิน การบริหารจū= 3;ดการ เป็นต้น

(Form  Input Data 3.6) 

1. ระบ= บการบริหารŧ= 2;ัดการ เช่น ระบบควบคุม

2. รูป= แบบโครงสร้ū= 4;ง

3. ระบ= บบัญชี

4. ระบ= บการเงิน<= /span>

        =             &nb= sp;            =             &nb= sp;       

3.7 การบริหารทũ= 9;ัพยากรมนุษ= 618;์ (Human resource management) เป็นกิจกรร$= 17;ต่าง ๆ

ที่เก= ี่ยวข้องกัũ= 0;การบริหารท= 619;ัพยากรบุคค&= #3621; ได้แก่ การสรรหาบุŦ= 8;ลากร การคัดเลือŦ= 5;บุคลากร (Form  Input Data 3.7)  <= /p>

1. ระบ= บการสรรหาบŬ= 0;คลากร และการคัดเŪ= 1;ือกบุคลากร

2. ระบ= บการฝึกอบรũ= 7;

3. ระบ= บการประเมิũ= 2;ลงานและเลื= 656;อนขั้นเลื่&= #3629;นตำแหน่ง<= /o:p>

4. ระบ= บเงินเดือนŦ= 8;่าจ้าง สวัสดิการ=

5. ระบ= บการสร้างสũ= 6;าพแวดล้อมใ= 609;การทำงานที&= #3656;ดี

6. ระบ= บแรงงานสัมũ= 4;ันธ์

 

3.8 การพัฒนาเทŦ= 8;โนโลยี (Technology development) เ= ;ป็น

1. ระบ= บการพัฒนาเŨ= 7;คโนโลยีที่= 594;่วยในการเพ&= #3636;่มคุณค่าให= ;้สินค้าและ$= 10;ริการ

2. ระบ= บการพัฒนาเŨ= 7;คโนโลยีที่= 594;่วยในการเพ&= #3636;่มคุณค่าให= ;้กระบวนการ$= 12;ลิต

 

 3.9 การจัดหาวัŨ= 5;ถุดิบ (Procurement) เ= ;ป็นกิจกรรม$= 07;ี่เกี่ยวข้&#= 3629;งกับการจัด= หาหรือจัดซū= 9;้อ

วัตถุ= ดิบ อุปกรณ์ต่าŧ= 1; ๆ เพื่อมาใช้ŭ= 1;นกระบวนการ= 612;ลิตสินค้าแ&= #3621;ะบริการนั้= ;น (Form  Input Data 3.9)

1. ระบ= บการจัดซื้Ū= 9;-จัดหา

2. ระบ= บการเจรจาตŭ= 6;อรองกับ Supplier

 

4.  User Requirement ค= ;ำปรึกษาประ$= 48;ด็นปัญหาจา&#= 3585;การกรอกข้อ= มูลของ User (Form Input Data 4)

คำถาม= ที่จะตั้งธŧ= 1;ให้ User ทำกา= 619;เลือกจาก Webpage นั้นจะ&#= 3605;้องสัมพันธ= ์กับการตอบŦ= 6;้อมูล Form1-3และจาก= 585;ารวิเคราะห&= #3660;สภาพปัญหาข= ;องผู้ประกอ$= 10;การ Sme

1. องค= ์การมีปัญหū= 4;อะไรบ้าง? แผนของกา= 619;แก้ไขปัญหา&= #3627;รือแผนของก= ;ารพัฒนาองค$= 60;การ

2. การ= แก้ไขปัญหาŦ= 6;องการขาดสภ= 634;พคล่อง หรือการขาดŦ= 5;ระแสเงินสด?

3. หน่= วยงานเอกชน หรือหน่วยงū= 4;นภาครัฐ ที่มีโครงกū= 4;รที่ให้การ= 626;นับสนุน ช่วยเหลือสū= 6;นเชื่อทางก= 634;รเงิน?

4. วิธ= ีการเพิ่มทŬ= 0;นทางการเงิ= 609;เพื่อการลง&= #3607;ุน และแหล่งเงū= 6;นทุน?

5. ช่อ= งทางการลงทŬ= 0;นเพื่อการส= 619;้างผลตอบแท&= #3609;ทางการเงิน= ;?

6. รูป= แบบการจัดโŦ= 8;รงสร้างที่= 648;หมาะสมกับธ&= #3640;รกิจ และหลักการũ= 0;ริการจัดกา= 619;?

7. การ= จัดการสื่อŪ= 6;ารสารสนเทศ= 626;ำหรับการผล&= #3636;ต การบริการ และการบริหū= 4;รขององค์กา= 619;?

8. ธุร= กิจควรมีแนŪ= 3;ทางการพัฒน= 634;สินค้า และบริการอũ= 8;่างไร?

9. กลย= ุทธ์ที่เป็Ũ= 9;ทางเลือกทา= 591;การตลาด?

10. การ= ;ออกแบบ การพัฒนากรū= 2;บวนการผลิต เพื่อการลดŨ= 5;้นทุนการผล= 636;ต?

11. ระบ= ;บการจัดซื้$= 29;สินค้า วัตถุดิบ ส่วนประกอบ ที่มีประสิŨ= 7;ธิภาพ?

12. การ= ;พยากรณ์และ#= 85;ารบริหารสิ&#= 3609;ค้าคงคลัง= ?

13. ช่อ= ;งทางทางด้า$= 09;การตลาด และช่องทางŦ= 5;ารกระจายสิ= 609;ค้า?

14. การ= ;บริหารต้นท$= 40;น การลดต้นทุŨ= 9; การผลิต การ$= 10;ริการและลอ&#= 3592;ิสติกส์

 

Structure Project Stage2<= /o:p>

Stage 2= . Analyst/Processing กระบวนกา= 619;นำเข้าวิเค&= #3619;าะห์/ประมวŪ= 1;ผลข้อมูล

Software Expert System (ES)

ความห= มาย ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญ คือระบบคอมũ= 4;ิวเตอร์ ที่จำลองกาũ= 9;ตัดสินใจขอ= 591;มนุษย์ ผู้เป็นผู้Ŭ= 8;ชี่ยวชาญใน= 604;้านใดด้านห&= #3609;ึ่ง โดยใช้ความũ= 9;ู้และการสร= 640;ปเหตุผลเชิ&= #3591;อนุมาน (inference) ในการแก้= 611;ัญหายากๆ ที่ต้องอาศū= 3;ยผู้เชี่ยว= 594;าญ ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญได้ถู= 585;พัฒนาขึ้นม&= #3634; เพื่อใช้งาŨ= 9;ในระบบต่าง= 654; อย่างแพร่หŪ= 1;ายมากว่า 30 ปี ไม่ว่าจะเปŭ= 5;นในแวดวงธุ= 619;กิจ การแพทย์ วิทยาศาสตรŮ= 0; วิศวกรรม อุตสาหกรรม เป็นต้น<= /p>

ระบบ ES หรือระบบ= 612;ู้เชี่ยวชา&= #3597; จัดเป็นระบũ= 0;สารสนเทศปร= 632;เภทหนึ่งที&= #3656;นำวิทยาการ= ;ของปัญหาปร$= 32;ดิษฐ์เข้าม&#= 3634;ใช้จัดการส= ารสนเทศ โดยเฉพาะอยŭ= 6;างยิ่งสารส= 609;เทศที่เป็น องค์ความรูŭ= 7; (knowledge) ในเฉพาะส= 634;ขาหรือเฉพา&= #3632;ด้าน ดังนั้นระบũ= 0;ผู้เชี่ยวช= 634;ญจึงเป็นซอ&= #3615;ต์แวร์ที่ใ= ;ช้สร้างฐาน#= 88;วามรู้ (knowledge base) และ กลไกในการตū= 3;้งคำถาม และหาคำตอบ (จาก knowledge base)

ทำให้= ผู้ใช้ได้รū= 3;บความสะดวก= 651;นการถามและ&= #3605;อบสิ่งที่ถ= ;ามเสมือนหน$= 38;่งคุยกับผู&#= 3657;เชี่ยวชาญจ= ริง ๆ  ทั้งนี้ระũ= 0;บผู้เชี่ยว= 594;าญจะเลือกเ&= #3593;พาะสาขาหรื= ;อเฉพาะด้าน$= 07;ี่ขาดแคลนผ&#= 3641;้เชี่ยวชาญ= เท่านั้น เช่น ใช้ในง$= 34;นเกี่ยวกับ&#= 3585;ารวินิจฉัย= ทางการแพทยŮ= 0; การขุดเจาะŨ= 9;้ำมัน การวางแผนกū= 4;รเงิน การจัดทำภาŪ= 5;ี การวิเคราะŪ= 7;์ทางเคมี การผ่าตัด การซ่อมเครū= 9;่องยนต์ การพยากรณ์Ū= 9;ากาศ การซ่อมเครū= 9;่องคอมพิวเ= 605;อร์

การส่= งสัญญาณดาวŬ= 8;ทียม ปฏิบัติการŬ= 8;กี่ยวกับอา= 623;ุธนิวเคลีย&= #3619;์ การวางรูปแũ= 0;บหนังสือพิ= 617;พ์ การตีความกŧ= 8;หมาย เป็นต้น อย่างไรก็ตū= 4;มถึงแม้ว่า= 619;ะบบผู้เชี่&= #3618;วชาญ จะได้รับกาũ= 9;พัฒนา ให้ใช้งานไŨ= 4;้สะดวก และมีประสิŨ= 7;ธิภาพยิ่งข= 638;้น แต่ระบบสารŪ= 6;นเทศประเภท= 609;ี้ก็ไม่สาม&= #3634;รถมาแทนที่= ;มนุษย์ได้  โปรแก= ;รมที่บรรจุ#= 88;วามรู้อย่า&#= 3591;มากมายที่ใ= ช้โดยผู้เชū= 7;่ยวชาญในสา= 586;าวิชาเฉพาะ&= #3648;พื่อช่วยให= ;้บุคคลอื่น$= 54;นำไปใช้ในก&#= 3634;รแก้ปัญหาไ= ด้ 

ตัวอย= ่าง Expert System Applications diagnosis of faults and diseases, automobile diagnosis,  interpretation of data(เช่น = sonar signals), mineral exploration, personnel scheduling, computer network management, weather forecasting, stock market prediction, consumer buying advice, diet advice 

วัตถุ= ประสงค์หลัŦ= 5;ของระบบผู้= 648;ชี่ยวชาญ การช่วยในกū= 4;รตัดสินใจ การให้ความũ= 9;ู้ คำแนะนำ หรือคำปรึกŪ= 5;า อย่างที่เรū= 4;ต้องการจาก= 612;ู้เชี่ยวชา&= #3597;เฉพาะด้าน ระบบผู้เชีŭ= 6;ยวชาญ (EXPERT SYSTEM AND ARTIFICIAL INTELLIGENCE)

Expert System

ส่วนป= ระกอบของ Expert System 1. ฐานความรู้ (knowledge base) 2. เครื่องอนุũ= 7;าน (inference engine) 3. ส่วนดึงควาũ= 7;รู้ (knowledge acquisition subsystem) 4. ส่วนอธิบาย (explanation subsystem) 5. การติดต่อกū= 3;บผู้ใช้ (user interface)

1. ฐานความรู้ (knowledge base) ส่ว&#= 3609;ที่เก็บควา= มรู้ทั้งหมŨ= 4;ของผู้เชี่= 618;วชาญที่รวบ&= #3619;วมจากการศึ= ;กษาและจากป$= 19;ะสบการณ์ โดยมีการกำŪ= 7;นดโครงสร้า= 591;ของข้อมูล (Data Structure) ให้เห= มาะสมกับกาũ= 9;นำไปใช้งาน โดยฐานความũ= 9;ู้จะรวบรวม= 605;รรกะ (Logic) ในการป&#= 3599;ิบัติงาน 

2. เครื่องอนุũ= 7;าน (inference engine) เป็&#= 3609;ส่วนควบคุม= การใช้ความũ= 9;ู้ในฐานควา= 617;รู้ เพื่อวิเครū= 4;ะห์และแก้ป= 633;ญหาที่เกิด&= #3586;ึ้น จะทำหน้าทีŭ= 6;ตรวจสอบกฎเ= 585;ณฑ์ที่อยู่&= #3651;นฐานความรู= ;้ โดยการใช้เŪ= 7;ตุผลทางตรร= 585;ะสำหรับแต่&= #3621;ะเหตุการณ์ ซึ่งมักจะอũ= 8;ู่ในลักษณะ ถ้าแล้= 623;

3. ส่วนดึงควาũ= 7;รู้ (knowledge acquisition subsystem) เ= ;ป็นส่วนที่$= 04;ึงความรู้จ&#= 3634;กเอกสาร ตำรา ฐานข้อมูล และเชี่ยวชū= 4;ญ ทีมพัฒนาจะŨ= 7;ำการจัดควา= 617;รู้ที่ได้ม&= #3634;ให้อยู่ในร= ;ูปที่เข้าก$= 33;นได้กับโคร&#= 3591;สร้างของฐา= นความรู้ เพื่อที่จะŭ= 2;ด้สามารถบร= 619;จุความรู้ท&= #3637;่ได้มาลงใน= ;ฐานความรู้$= 52;ด้

4. ส่วนอธิบาย (explanation subsystem) เป็&#= 3609;ส่วนที่อธิ= บายถึงรายลū= 2;เอียดของข้= 629;สรุปหรือคำ&= #3605;อบที่ได้มา= ;นั้น มาได้อย่างŭ= 2;ร และทำไมถึงũ= 7;ีคำตอบเช่น= 609;ั้น

5. การติดต่อกū= 3;บผู้ใช้ (user<= b> interface) เนื&#= 3656;องจากผู้ใช= ้จะมีความรŬ= 1;้ในงานสารส= 609;เทศที่แตกต&= #3656;างกัน หรือผู้ใช้ũ= 0;างคนไม่เคย= 594;ินกับการรั&= #3610;คำแนะนำจาก= ;ระบบสารสนเ$= 07;ศ ตลอดจนผู้ใŧ= 4;้มีความต้อ= 591;การที่หลาก&= #3627;ลาย ดังนั้นผู้ũ= 4;ัฒนาระบบจึ= 591;ต้องคำนึงถ&= #3638;งความสะดวก= ;ในการติดต่$= 29;ระหว่าง ES กับผู้ใ= ช้ ทำให้การติŨ= 4;ต่อสื่อสาร= 619;ะหว่าง ES กับผู้ใ= ช้ที่มีควาũ= 7;สะดวก ทำให้ผู้ใชŭ= 7;เกิดความพอ= 651;จและสามารถ&= #3651;ช้ระบบจนเก= ;ิดความชำนา#= 97; ซึ่งจะทำใหŭ= 7;การปฏิบัติ= 591;านมีประสิท&= #3608;ิภาพ

Picture 05

 

1. การวิเคราะŪ= 7;์ปัญหา

ดำเนิ= นการพิจารณū= 4;ถึงความต้อ= 591;การ ความเหมาะสũ= 7; และความเป็Ũ= 9;ไปได้ ในสถานการณŮ= 0;จริง โดยทำความเŦ= 6;้าใจกับปัญ= 627;า จัดขั้นตอนŭ= 1;นการแก้ปัญ= 627;า การกำหนดรูũ= 1;แบบของการใ= 627;้คำปรึกษา

ตลอดจ= นรวบรวมควาũ= 7;รู้ และความเข้ū= 4;ใจในสาระสำ= 588;ัญที่จะนำม&= #3634;ประกอบการพ= ;ัฒนาระบบ และต้องคำนū= 8;งถึงความต้= 629;งการของผู้&= #3651;ช้ระบบเป็น= ;สำคัญ

2. การเลือกอุũ= 1;กรณ์

พิจาร= ณาความเหมาū= 2;สมของส่วนป= 619;ะกอบที่สำค&= #3633;ญ ดังต่อไปนีŭ= 7;

2.1 การแสดงควาũ= 7;รู้

2.2 การติดต่อกū= 3;บผู้ใช้

2.3 ชุดคำสั่ง

2.4 การบำรุงรัŦ= 5;ษาและการพั= 602;นาระบบ

3. การถอดความũ= 9;ู้

ผู้พั= ฒนาระบบต้อŧ= 1;ทำการสังเก= 605; ศึกษา และทำ#= 88;วามเข้าใจก&#= 3633;บความรู้ที= ่จะนำมาพัฒŨ= 9;าเป็น ES จากแŪ= 7;ล่งอ้างอิง หรือผู้เชีŭ= 6;ยวชาญในสาข= 634;นั้น เพื่อการกำŪ= 7;นดขอบเขตที= 656;เหมาะสมของ&= #3619;ะบบ

4. การสร้างต้Ũ= 9;แบบ

นำส่ว= นประกอบต่าŧ= 1; ๆ ที่กล่าวมาũ= 7;าประกอบการ= 626;ร้างต้นแบบ พร้อมทั้งทŨ= 4;สอบการทำงา= 609;ของต้นแบบท&= #3637;่สร้างขึ้น= ;ว่าสามารถท$= 35;งานได้ตามท&#= 3637;่ไว้วางแผน= ไว้หรือไม่

5. การขยาย การทดสอบแลū= 2;บำรุงรักษา

Picture 06

 

หลังจ= ากที่ต้นแบũ= 0;ได้ถูกสร้า= 591;ขึ้นและสาม&= #3634;รถผ่านการ

โดยเฉ= พาะส่วนที่Ŭ= 8;ป็นฐานความ= 619;ู้ 

คุณสม= บัติของระบũ= 0;ผู้เชี่ยวช= 634;ญ

ต้องส= ามารถเรียนũ= 9;ู้สิ่งที่ผ= 656;านมาได้ หรือสามารถŬ= 8;ข้าใจจากปร= 632;สบการณ์

ต้องส= ามารถใช้เหŨ= 5;ุผลในการแก= 657;ปัญหาที่เผ&= #3594;ิญอยู่ได้

ต้องส= ามารถคิดโดũ= 8;ใช้หลัการข= 629;งเหตุผลได้<= /span>

ต้องส= ามารถประยุŦ= 5;ต์ให้สามาร= 606;ใช้สิ่งต่า&= #3591;ๆที่อยู่รอ= ;บๆตัวได้ให$= 57;เป็นประโยช&#= 3609;์ได้

ต้องส= ามารถคิดอะŭ= 2;รต่างๆได้ด= 657;วยตัวเอง หรือการมีคŪ= 3;ามคิดเป็นข= 629;งตัวเอง

ประโย= ชน์ของระบบũ= 2;ู้เชี่ยวชา= 597;(Expert System)

ช่วยร= ักษาความรูŭ= 7;ที่อาจสูญเ= 626;ียไป เมื่อเกิดกū= 4;รลาออกของพ= 609;ักงานที่มี&= #3588;วามเชี่ยวช= ;าญ

ช่วยท= ำให้ข้อมูลũ= 7;ีคุณภาพ และมีศักยภū= 4;พในการนำมา= 651;ช้งานได้อย&= #3656;างทันท่วงท= ;ีเมื่อต้อง#= 85;าร

ช่วยท= ำให้เกิดควū= 4;มคิดสร้างส= 619;รค์แปลกใหม&= #3656;

ช่วยป= ้องกันไม่ใŪ= 7;้เกิดภาวะท= 637;่อาจเกิดกั&= #3610;มนุษย์ เช่น ความเมื่อยŪ= 1;้า ความสับสนวŬ= 0;่นวาย หรือปัญหาอū= 4;รมณ์

ใช้เป= ็นเครื่องมū= 9;อเชิงกลยุท= 608;์ ด้านการตลาŨ= 4;

ท่านส= ามารถหาควาũ= 7;ู้เพิ่มเติ= 617;ของระบบ (Expert System) ได้= จาก http://ora.chandra.ac.th/~chantara/E-learning_MIS/mis/chapter11.htm

ภาคขย= าย 1 Expert System (ES)

 

1. ฐานความรู้ (knowledge Base)       &= nbsp;               &= nbsp;           &nbs= p;            &= nbsp;           &nbs= p;            &= nbsp;           &nbs= p;            &= nbsp;           &nbs= p;                    &= nbsp;  

เป็นศ= ูนย์กลางขอŧ= 1;ทุกระบบผู้= 648;ชี่ยวชาญที&= #3656;ใช้กฎเป็นพ= ;ื้นฐานประก$= 29;บด้วย ฐานความรู้ ซึ่งประกอบŨ= 4;้วยข้อเท็จ= 592;ริง (Facts)   ในเรื่อ= 591;ที่ผู้เชี่&= #3618;วชาญให้ควา= ;มสนใจและกฎ$= 05;่าง ๆ ที่ระบบผู้Ŭ= 8;ชี่ยวชาญ        &= nbsp;           &nbs= p;            &= nbsp;           &nbs= p;            &= nbsp;                &= nbsp;           &nbs= p;            &= nbsp;           &nbs= p; 

ใช้ใน= การตัดสินใŧ= 2;ซึ่งเกี่ยว= 585;ับข้อเท็จจ&= #3619;ิงดังกล่าว หรือหมายถึŧ= 1; ธนาคารข้อมŬ= 1;ลหรือคลังข= 657;อมูล โดยพื้นฐานŬ= 9;ล้วจะประกอ= 610;ด้วย ข้อเท็จจริŧ= 1; และกฎต่าง ๆ        =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =             &nb= sp;            =